หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ Step for Baby

Search by tag : ให้ลูกคนโตเป็นมือขวาดูแลน้องเทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Step for Baby, เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Play Q เสริมพัฒนาวัยคิดส์ได้ทุกด้าน


เรื่องไม่ยากถ้าอยากให้ลูก EQ ดี
(3 votes)
          หลังช่วงเวลา 6 เดือนแรกของช่วงชีวิตที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน คุณแม่คงสังเกตเห็นแล้วว่า เดี๋ยวนี้เจ้าตัวเล็กนอนกลางวันน้อยลงและมีช่วงที่ตื่นอยู่นานขึ้น แถมยังมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความจ้ำม่ำน่าฟัด ความสามารถใหม่ๆ ในการใช้ร่างกาย ไปจนถึงฟันซี่น้อยๆ ที่เริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็น
ในวัย 6 – 12 เดือน เจ้าตัวเล็กจะมีพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมเด่นชัดขึ้น เขาจะเริ่มรู้สึกต่อสิ่งแวดล้อมหลากหลายขึ้น แถมยังมีความจำดีและเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น สังเกตได้จากการที่จะส่งยิ้มให้ผู้ใหญ่ที่คุ้นหน้าได้ ชอบยิ้มให้ตัวเองในกระจก เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองเขาก็รู้จักที่จะมองหาผู้เรียกและพยายามเลียนแบบเสียงต่างๆ ที่ได้ยิน

 

ส่งเสริมอย่างเหมาะสม
นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะส่งเสริมให้ลูกมีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิวที่ดี ด้วยการทำความเข้าใจในขั้นตอนพัฒนาการของเขาเพื่อที่จะจัดสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเลือกกิจกรรมและของเล่นที่เหมาะสม
เพราะการส่งเสริมที่ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กก็เท่ากับเป็นการแทรกแซง ที่ทำให้เด็กรู้สึกคับข้องใจ นำไปสู้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามคือ แทนที่เขาจะมีความรู้สึกดีๆ กับตัวเอง ก็จะกลายเป็นความรู้สึกล้มเหลวและเข้าใจว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่เป็นที่รัก ขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง

หลากสัมผัสช่วยหนูฉลาดและร่าเริง
          ลูกวัยนี้จะเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวผ่านการสัมผัส จับต้องและหยิบชิม และมีช่วงความสนใจที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานขึ้น เขาจะชอบหยิบจับของชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในภาชนะที่ใหญ่กว่า ชอบขว้างปาสิ่งของ ชอบมองตามวัตถุที่เคลื่อนไหว และใช้มือสัมผัส จับดึงใบหน้าและผมของผู้อุ้ม รู้จักยิ้มแสดงอารมณ์และส่งเสียงอ้อแอ้คล้ายจะพูดคุย แต่มักจะพูดคำที่มีความหมายได้เมื่ออายุ 12 เดือน
หากอยากให้ลูกฝึกใช้มือและส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เก่งขึ้นควรวางของเล่นให้เขาได้เอื้อมหยิบ ในหลายๆ ระยะ และให้มีของเล่นมากกว่า 2 ชิ้นอยู่ในระดับสายตาของเขา เพื่อที่เขาจะได้สนุกและเรียนรู้เรื่องการแก้ปัญหาแบบง่ายๆ ไปพร้อมๆ กัน เพราะเด็กวัยนี้จะชอบหยิบของไว้ในมือทั้งสองแล้วเอามากระทบกันเพื่อให้เกิดเสียง พอมีของชิ้นที่ 3 ที่สะดุดตาเขาก็จะต้องตัดสินใจว่าจะวางของในมือไหนลงเพื่อหยิบของอีกชิ้น ซึ่งภาพน่ารักๆ ที่คุณอาจได้พบคือ เจ้าตัวเล็กเลือกที่จะใช้ปากคาบของชิ้นหนึ่งไว้เพื่อให้ได้ครอบครองของทั้ง  3 ชิ้น   
              
เลียนแบบเพื่อสร้างสรรค์
นอกจากการฝึกใช้มือแล้วลูกวัยนี้เป็นนักเลียนแบบตัวฉกาจ เขาจะเฝ้าสังเกตสิ่งต่างๆ ที่ผู้ใหญ่ทำ ชอบให้ผู้ใหญ่มาคุย มาเล่นด้วย ซึ่งการเลียนแบบนี้จะนำไปสู่การเรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง คุณแม่ควรใช้โอกาสที่ลูกสนุกกับการใช้มือฝึกให้เขาได้ถือช้อนส้อมพลาสติก ตลอดจนแก้วน้ำบ่อยๆ เพื่อที่เขาจะได้ใช้มือตักอาหารป้อนตัวเอง ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มได้ในเร็ววัน
หากจะฝึกให้ลูกดื่มน้ำจากแก้ว คุณแม่อาจต้องดื่มไปพร้อมๆ กับเขา เพื่อให้เขาได้สังเกตท่าทางและสนุกกับการทำตาม อาจมีหกเลอะเทอะบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ ยิ่งฝึกบ่อยความผิดพลาดยิ่งน้อยค่ะ
เวลาเขาทำพลาดในเรื่องเล็กๆ ลองมองเป็นเรื่องขบขันสิคะ ลูกจะรู้จักส่งเสียงหัวเราะคิกคักเมื่อรู้สึกขบขัน หรือเห็นคนอื่นหัวเราะ และเขาจะเริ่มส่งเสียงเรียกสมาชิกในครอบครัวได้ ระหว่างนั้นคุณแม่อย่าลืมส่งเสียงพูดคุยกับลูกด้วยนะคะ ลูกจะพูดเก่งหรือไม่ก็อยู่ที่การฝึกหัดจากการที่ลูกได้ยินบ่อยๆ ซ้ำๆ กัน ลองสังเกตดูนะคะ ถึงเขาจะยังพูดไม่ได้ แต่ถ้าได้ยินเสียงเพลงที่คุณแม่เปิดให้ฟังบ่อยๆ เขาจะส่งเสียงตามเพลงนั้นได้

รู้จักเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเหตุการณ์
นอกจากการเลียนแบบเสียงได้แล้ว ลูกจะสามารถจับระดับเสียงที่คุ้นเคยและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเสียงนั้นกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ เช่น เมื่อได้ยินเสียงรถยนต์หรือเสียงเปิดประตูบ้าน เขาจะเดาได้ว่ากำลังจะมีใครสักคนเดินเข้ามา นับเป็นความสามารถทางสมองและความทรงจำที่น่าทึ่ง
ถึงจะมีความจำที่ดี แต่เขาก็ยังไม่เบื่ออะไรง่ายๆ หรอกค่ะ เกมสนุกๆ ที่คุณเล่นกับเขา เขาก็จะคาดหวังว่าจะได้เล่นอีก
เด็กวัยนี้จะสนุกกับการหาของที่เขาเห็นว่ามีคนเอาไปซ่อน เกมที่เขาชอบมากจึงเป็นเกมซ่อนของ ในแบบที่คุณแม่ต้องเอาของมาโชว์ให้ดูก่อน แล้วแกล้งเอาของนั้นแอบไว้ข้างหลัง เขาจะดีใจที่ตัวเองคาดเดาได้ถูกว่าของเล่นนั้นอยู่ที่ไหน เห็นมั้ยล่ะคะว่าเกมง่ายๆ แค่นี้ก็ช่วยให้ลูกได้ทั้งความสนุกและความภาคภูมิใจในตัวเองได้แล้ว

เหตุผลที่ทำให้เด็กร้องไห้ 
อย่างที่บอกค่ะว่าเขาเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้แล้ว การร้องไห้ของเด็กวัยนี้ จึงมีเหตุผลมากกว่าแต่ก่อนที่จะร้องเพราะต้องการความช่วยเหลือ อย่างหิว เจ็บป่วย หรือไม่สบายตัว วัย 7 – 12 เดือนสาเหตุที่จะทำให้ลูกร้องไห้มีมากกว่านั้น เช่น ร้องเพราะกลัวคนแปลกหน้า ร้องเพราะโกรธที่ถูกขัดใจ ร้องเพราะไม่อยากให้คุณแม่ไปทำงาน พอเห็นคุณแม่แต่งตัวหยิบกระเป๋า กุญแจเขาก็จะรู้ทันทีว่า คุณแม่กำลังจะหายไป ก็จะเริ่มร้องไห้
แล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่คุณคล้อยหลังไปน่ะหรือ เจ้าตัวเล็กวัยนี้น่ะปรับตัวง่ายกว่าที่คุณคิดค่ะ เพราะเพียงไม่นานหลังจากที่คุณแม่ลับสายตาไป และเขาร้องจนพอใจแล้ว เขาก็จะเปลี่ยนความสนใจไปที่สิ่งอื่น โดยอาจจะนึกถึงคุณขึ้นมาได้เป็นพักๆ แต่ส่วนมากถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ทำให้เขาเบื่อง่าย เขาก็จะเพลิดเพลิน และจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นได้นาน การหาความเพลิดเพลินจากสิ่งใหม่ๆ เป็นวิธีคลายเครียดที่เด็กเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้จะเป็นเวลาที่เขาต้องการแม่มากเพียงใด แต่เด็กๆ มักสามารถหาความสนุกสนานมาทดแทนได้เสมอค่ะ    

ช้า - เร็วไปบ้างไม่เป็นไร
ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอีกอย่างหนึ่งของลูกวัยนี้คือ ฟันของลูกจะเริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็นแล้วล่ะค่ะ โยมากฟันจะเริ่มขึ้นเมือลูกอายุ 6 เดือน แต่ถ้าฟันของลูกขึ้นก่อนหรือหลังอายุ 6 เดือนไปบ้างก็ไม่ต้องตกใจ เพราะที่ว่า 6 เดือนนี้เป็นค่าโดยประมาณเท่านั้น สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าฟันขึ้นช้าหรือเร็ว แต่เป็นการทำความสะอาดช่องปากให้ลูกค่ะ คุณแม่ควรหมั่นทำความสะอาดฟันซี่น้อยๆ ของลูกอย่างสม่ำเสมอ และหาซื้อยางกัดให้เขาได้ถือๆ กัดๆ เล่น
เรื่องพัฒนาการด้านอื่นอย่างการพูด การเดินก็เช่นกันค่ะ ลูกอาจมีพัฒนาการที่ดูๆ แล้วช้า หรือเร็วกว่าเด็กคนอื่นไปบ้าง ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ เด็กแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวของเขาอยู่แล้ว บางคนเดินเร็วแต่พูดช้า บางคนพูดได้ก่อนที่จะก้าวเดิน ค่อยๆ สังเกตดู และเปิดโอกาสเขาทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองเสมอ เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะนำเขาไปสู่พัฒนาการที่ดี ทั้งทางร่างกาย อารมณ์และความรู้สึกดีๆ กับตัวเอง 

เรื่อง : ณ ลันตา
ภาพ : พี่ไม้
แสดงแบบโดย : น้องตุลย์ – ด.ช.ธนาเศรษฐ์ โตเชื้อ และคุณแม่พรระวี สุทธิโพธิ์


ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
แม่และเด็ก 483 พฤษภาคม 2555