|
|
ตรวจคัดกรองป้องกันครรภ์เสี่ยง |
|
“การตรวจสุขภาพของแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ เป็นวิธีการตรวจกรองวิธีหนึ่ง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ต่างๆ โดยการค้นหาและลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สุขภาพทารกในครรภ์เลวลง”
ไม่ว่าครรภ์แรกหรือครรภ์สอง, สาม, สี่ แม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกคลอดแข็งแรงปลอดภัย แน่นอน สิ่งที่กังวลที่สุดก็คือครรภ์เสี่ยง โดยครรภ์เสี่ยงนั้นแบ่งเป็นหลายลักษณะ อาทิ ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ต่างๆ โรคธาลัสซีเมียของทารกในครรภ์ เบาหวานในแม่ตั้งครรภ์ เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ครรภ์แฝด ครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น เนื่องจากภาวะเหล่านี้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ จะมีผลต่อสุขภาพของแม่และชีวิตของทารกในครรภ์
การตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันครรภ์เสี่ยงจึงมีความสำคัญ โดยฉบับนี้เราเดินทางมาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อพูดคุยกับแพทย์หญิงวราธิป โอทกานน์ คุณหมอแผนกสูติ-นรีเวช ในเรื่องนี้ คุณหมออธิบายถึงการตรวจคัดกรองว่า
“การตรวจคัดกรองในแม่ตั้งครรภ์ อาจทำได้ทั้งในลักษณะตรวจคัดกรองแม่ตั้งครรภ์ทุกราย โดยเลือกว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือไม่ เช่น การตรวจขนาดและลักษณะของเม็ดเลือดแดง การตรวจหมู่เลือด ABO และ Rh การตรวจการติดเชื้อซิฟิลิส เชื้อไวรัสตับอักเสบบี การตรวจเชื้อไวรัสเอดส์ การตรวจปัสสาวะดูไข่ขาว ดูน้ำตาลกลูโคสในปัสสาวะ เป็นต้น โดยเฉพาะในประเทศไทยมีความชุกของโรคธาลัสซีเมียสูง จึงควรตรวจกรองโรคธาลัสซีเมียในแม่ตั้งครรภ์ทุกราย
...อีกลักษณะคือ การตรวจคัดกรองเฉพาะแม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง คือการตรวจกรองในแม่ตั้งครรภ์เฉพาะรายที่เป็นการตั้งครรภ์เสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนั้นๆ เช่น การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การทำนายการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เป็นต้น”
ตรวจกรองธาลัสซีเมียในแม่ตั้งครรภ์
“โรคธาลัสซีเมีย เป็นโรคพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุดของประเทศ โดยอุบัติการณ์ของประชากรไทยมีพาหะของโรคนี้ ประมาณร้อยละ 30 - 40 และพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ร้อยละ 1 หรือประมาณ 600,000 คนต่อประชากร 60 ล้านคน โดยมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 12,000 คน ต่อปี ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการซีดมาก เหลือง ตับม้ามโตตั้งแต่เด็ก บางคนจะเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 1 - 2 เดือน ร่างกายเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ภาวะซีดมากเรื้อรัง จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในไขกระดูกโดยเฉพาะที่หน้า
...นอกจากนี้ยังมีโรคแทรกซ้อนที่สำคัญอันหนึ่ง คือ ภาวะหัวใจวาย และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้แก่ ตับแข็ง เบาหวาน เป็นต้น การรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาตามอาการหรือประคับประคองแบบเรื้อรังไปตลอดชีวิต ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด โดยมีความเป็นไปได้ว่าเนื้อเยื่อของคนน้องจะเข้ากับคนพี่ได้อย่างน้อยร้อยละ 25 ซึ่งถ้าเข้ากันได้การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดที่มาจากเลือดจากรกของคนน้องอาจช่วยรักษาโรคให้คนพี่ได้
...ความสำเร็จของการป้องกันโรคธาลัสซีเมีย ขึ้นอยู่กับความสามารถตรวจคัดกรองพาหะหรือคู่สมรสเสี่ยง โดยทั่วไปพาหะของธาลัสซีเมียมักมีสุขภาพปกติ แต่มีเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ซึ่งไม่มีผลต่อสุขภาพ การให้คำปรึกษาแนะนำทางพันธุศาสตร์และการวินิจฉัยทารกก่อนคลอด สามารถลดอุบัติการณ์ของโรคธาลัสซีเมียได้ เนื่องจากพาหะของธาลัสซีเมียในประเทศไทยมีเป็นจำนวนมาก การตรวจคัดกรองจึงควรทำในแม่ตั้งครรภ์ทุกราย”
ตรวจกอรงเบาหวานในแม่ตั้งครรภ์
“ภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์นั้น มักเป็นสาเหตุที่ทำให้พบภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะคลอดก่อนกำหนดในมารดาเพิ่มขึ้น และพบทารกเสียชีวิตในครรภ์ในระหว่าง 4 -8 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ได้ ขณะที่ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ไม่รุนแรง แม้จะไม่เพิ่มอัตราการตายของทารกก่อนกำเนิด แต่ก็พบทารกตัวโตและคลอดยาก ทำให้ตกเลือดหลังคลอดได้ หรือพบครรภ์แฝดน้ำ (เข้าใจว่าเกิดจากทารกปัสสาวะมาก) พบภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหลังคลอด ตัวเหลือง และภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำเพิ่มขึ้น ผลกระทบของภาวะเบาหวานในระยะยาวจะเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดเบาหวานหลังคลอดเพิ่มขึ้น รวมทั้งสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ทำให้ลูกหลานมีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและเบาหวานเพิ่มขึ้น
...การตรวจคัดกรองและการวินิจฉัยเบาหวานขณะตั้งครรภ์ตั้งแต่แรกเริ่ม และให้การดูแลรักษาจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่จะตามมาได้ โดยทำการตรวจคัดกรองเบื้องต้นครั้งแรกด้วยการให้ดื่มน้ำตาลกลูโคสขนาด 50 กรัม แล้วตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดภายหลังดื่มน้ำตาลกลูโคส 1 ชั่วโมง ถ้าหากพบว่าผิดปกติ โดยระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 140 มก./ดล. จึงค่อยทำการตรวจวินิจฉัยด้วย 100 กรัม OGTT ประมาณ 3 ชั่วโมง โดยให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหาร 10 - 12 ชั่วโมง และให้ดื่มน้ำตาลกลูโคสในขนาด 100 กรัม ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดที่เวลาก่อนดื่มน้ำตาลและหลังดื่มน้ำตาลกลูโคส”
การเจ็บครรภ์และการคลอดก่อนกำหนด 
“เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพ และเป็นสาเหตุการตายของทารกแรกเกิดที่พบบ่อย ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด หมายถึง การเจ็บครรภ์และคลอดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 28 ไปจนก่อนครบสัปดาห์ที่ 37 ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดโดยทั่วไปพบได้ร้อยละ 9 - 10 ของการคลอด ส่วนมากแล้วจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และมีโอกาสเกิดซ้ำในครรภ์ถัดไป
...ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้แก่ การติดเชื้อที่ปากมดลูกหรือในน้ำคร่ำ ครรภ์เป็นพิษ รกเกาะต่ำหรือรกลอกตัวก่อนกำหนด ครรภ์แฝดและครรภ์แฝดน้ำ ปากมดลูกอ่อนแอจากการบาดเจ็บจากการแท้ง การคลอดหรือการผ่าตัดที่บริเวณปากมดลูก ตัวมดลูกผิดปกติ ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะทุพโภชนาการ รวมทั้งการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ล้วนมีผลทำให้มารดาคลอดก่อนกำหนดได้
...สำหรับการวินิจฉัย จากการตรวจพบจะมีการหดรัดตัวของมดลูกและการเปลี่ยนแปลงของปากมดลูกโดยที่มีการหดรัดตัวของมดลูกอย่างน้อย 4 ครั้งใน 20 นาที หรือ 8 ครั้งใน 60 นาที ร่วมกับมีปากมดลูกบางตัวอย่างน้อยร้อยละ 80 และ ปากมดลูกต้องเปิดมากกว่า 1 เซนติเมตร อาจมีอาการปวดหลัง ปวดคล้ายปวดประจำเดือน ตกขาวใสหรือตกขาวมีเลือดปน ซึ่งต้องแยกให้ออกจากการเจ็บครรภ์หลอก ซึ่งการหดรัดตัวของมดลูกจะไม่สม่ำเสมอ และอาจจะมีอาการเจ็บปวดได้เล็กน้อยหรือไม่มีก็ได้”
การทำนายและการดูแลรักษา
“วิธีแรกคือ การตรวจภายในเพื่อประเมินการขยายและการบางตัวของปากมดลูก เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดแต่ประโยชน์ที่จะนำมาไม่ชัดเจน มีความผันแปรได้มากและมีความไวต่ำ
...วิธีที่สองคือ การใช้อัลตร้าซาวด์วัดความยาวของปากมดลูก โดยปกติเมื่ออายุครรภ์ 24 สัปดาห์ ความยาวของปากมดลูกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 35 มิลลิเมตร ถ้าพบว่าความยาวลดลงเรื่อยๆ จะมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดได้สูงขึ้น มีความถูกต้องแม่นยำในการประเมินความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด มากกว่าการตรวจภายใน
...วิธีที่สาม การตรวจสาร fetal fibronectin จากช่องคลอด พบว่ามีความไวสูงและอาจช่วยลดการได้รับยาหรือการรักษาที่ไม่จำเป็น
...หลักสำคัญของการรักษาก็คือ พยายามยืดระยะเวลาการคลอดโดยเฉพาะก่อนอายุ 34 สัปดาห์ ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะการทำงานของปอดทารกล้มเหลว
...การดูแลภาวะเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด ต้องยืนยันการวินิจฉัยที่แน่นอนว่าเป็นการเจ็บครรภ์จริง ต้องยืนยันอายุครรภ์โดยอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงหาสาเหตุของการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด ตรวจสภาวะสุขภาพของทารกในครรภ์ เลือกการให้ยาระงับการหดรัดตัวของมดลูก การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ เร่งการกระตุ้นการทำงานของปอดทารก”
ความดันโลหิตสูงในแม่ตั้งครรภ์
“หมายถึงความดันโลหิต Systolic ตั้งแต่ 140 มิลลิเมตรปรอท หรือ ความดันโลหิต Diastolic ตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอท หรือ Preeclampsia คือ ความดันโลหิตตั้งแต่ 140/90มิลลิเมตรปรอท และมีโปรตีนในปัสสาวะ
…ในกลุ่มนี้ที่รู้จักก็คือ ครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะชักซึ่งหาสาเหตุอื่นไม่พบในผู้ป่วย ครรภ์เป็นพิษที่รุนแรงมีอาการชักเป็นกลุ่มอาการที่พบเฉพาะแม่ตั้งครรภ์ โดยพบปริมาณเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ลดน้อยลง ก่อนตรวจพบความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าปกติ อาจจะพบการบวมที่ผิดปกติหรือขาบวมอย่างมาก ต่อมาจึงตรวจพบความดันโลหิตสูง การตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะมักพบภายหลังและแสดงถึงความรุนแรงของโรคที่เพิ่มขึ้น หากมีอาการปวดหัว ตามัวหรือจุกแน่นลิ้นปี่ แสดงว่าผู้ป่วยมีโอกาสเกิดการชักได้สูง ภาวะชักอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในระยะก่อนคลอด ระยะเจ็บครรภ์คลอด หรือระยะหลังคลอด
...ภาวะแทรกซ้อนต่อแม่ตั้งครรภ์ที่สำคัญ ได้แก่ มีเลือดออกในสมอง รกลอกตัวก่อนกำหนด ความผิดปกติของระบบประสาท ปอดอักเสบจากอาหารสำลัก และปอดบวมน้ำ ภาวะแทรกซ้อนต่อทารกที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะการขาดออกซิเจนจากรกลอกตัวก่อนกำหนด
…ส่วน Preeclampsia จะพบมากในสตรีครรภ์แรกอายุน้อย ซึ่งแตกต่างจากผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ซึ่งส่วนใหญ่อายุมากกว่า 35 ปี และเป็นการตั้งครรภ์หลัง ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่สำคัญของภาวะ Preeclampsia ได้แก่ ความอ้วน การตั้งครรภ์แฝด ภาวะเกร็ดเลือดต่ำ เป็นความผิดปกติที่พบบ่อยที่สุด อาจพบการแตกของเม็ดเลือดแดง จะพบการทำงานผิดปกติของไตตับและสมอง
...สำหรับการดูแลรักษา การทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงเป็นการรักษาหลัก แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยคือ ป้องกันการชัก ควบคุมระดับความดันโลหิตสูง หรือทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง”
ทารกโตช้าในครรภ์ 
ภาวะทารกโตช้าในครรภ์ บ่งชี้ถึงภาวะที่ทารกในครรภ์ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามศักยภาพที่ได้กำหนดไว้แล้วในทางพันธุกรรม แพทย์ต้องทราบอายุครรภ์ที่ถูกต้องของทารกในครรภ์ เนื่องจากน้ำหนักของทารกเปลี่ยนตามอายุครรภ์
…สำหรับสาเหตุ หนึ่ง เกิดจากปัจจัยทางมารดา ได้แก่ แม่ตั้งครรภ์ที่มีรูปร่างเล็กมักให้กำเนิดบุตรที่มีขนาดเล็ก แม่ตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักก่อนคลอดน้อยกว่า 45 กิโลกรัม มีโอกาสคลอดทารกที่มีขนาดเล็กกว่าปกติ 2 เท่า
...สอง เกิดจากภาวะน้ำหนักของแม่ไม่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ ในแม่ตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักมาก มีสุขภาพปกติและไม่มีโรคแทรกซ้อน การที่น้ำหนักของแม่ตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นไม่ถึงเกณฑ์เฉลี่ย มักไม่ส่งผลต่อน้ำหนักของทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากแม่ตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักน้อยหรือปานกลาง การที่น้ำหนักของแม่ไม่เพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ จะส่งผลให้มีภาวะทารกโตช้าในครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากน้ำหนักของแม่ไม่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2
... สาม การติดเชื้อในแม่ตั้งครรภ์ การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และโปรโตซัว อาจส่งผลให้มีการติดเชื้อของรกและทารกในครรภ์และทำให้เกิดภาวะทารกโตช้า
...สี่ โรคของมารดา ที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของเส้นเลือดในรก ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ภาวะเบาหวานที่เป็นมาก โรคของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โรคไตเรื้อรัง โรคที่ทำให้แม่ตั้งครรภ์มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ เช่น Obstructive lung disease โรคหัวใจบางชนิด โรคโลหิตจางที่รุนแรง ก็ทำให้เกิดภาวะทารกโตช้าได้เช่นกัน สำหรับแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะแอนติบอดี้ซินโดรม จะตรวจพบแอนติบอดี้ ต่อ cardiolipin หรือ anticoagulant จะทำให้เกิดการเกาะตัวของเกร็ดเลือด และทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดของรก ส่งผลให้เกิดการแท้งซ้ำซาก ทารกตายในครรภ์ ครรภ์เป็นพิษ รวมถึงภาวะทารกโตช้าในครรภ์ด้วย
…ห้า ปัจจัยแวดล้อมของมารดา แม่ตั้งครรภ์ที่สูบบุหรี่ ใช้สารเสพติด เช่น แอลกอฮอล์ โคเคน ฝิ่น ส่งผลให้เกิดทารกโตช้าได้ เศรษฐานะต่ำ การฝากครรภ์ไม่ดี ภาวะทุพโภชนาก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือการใช้ยาบางอย่างประจำ เช่น ยากันชัก ยาห้ามการแข็งตัวของเลือดบางชนิด
…หก ปัจจัยจากทารก ความผิดปกติของทารกในครรภ์ที่อาจทำให้เกิดภาวะโตช้าในครรภ์ อาจเป็นได้ทั้งความผิดปกติทางโครงสร้างและความผิดปกติทางโครโมโซม
...และเจ็ด ปัจจัยจากรก อาจมีความผิดปกติทั้งทางโครงสร้างหรือการทำงานของรก”
การวินิจฉัยทารกโตช้าในครรภ์
“อันดับแรกคือ การตรวจประวัติการฝากครรภ์ การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเป็นจุดเริ่มต้นของการวินิจฉัยภาวะทารกโตช้าในครรภ์ มารดาที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคไต มารดาที่เคยคลอดบุตรที่มีภาวะโตช้าในครรภ์ จะมีความสี่ยงสูงขึ้น มารดาที่มีน้ำหนักน้อยขณะตั้งครรภ์และน้ำหนักไม่เป็นตามเกณฑ์ที่ควร เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง ดังนั้นแพทย์จะตรวจติดตามความสูงของยอดมดลูก และส่งตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อยืนยันต่อไป
...สอง การตรวจความสูงของยอดมดลูก การใช้สายวัดจากยอดมดลูกถึงเหนือกระดูกหัวหน่าว เป็นวิธีที่ง่ายจึงยังเป็นวิธีที่นิยมใช้กันอยู่อย่างแพร่หลายในการคัดกรองทารกโตช้าในครรภ์ เพื่อทำการตรวจยืนยันด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงต่อไป
…สาม การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ในแม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงจากประวัติหรือการตรวจร่างกายก็ตาม ควรได้รับการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อยืนยันอายุครรภ์ ประเมินความผิดปกติและประเมินการเจริญเติบโตของทารกในช่วงอายุครรภ์ 16 - 20 สัปดาห์ และอาจตรวจติดตามการเจริญเติบโตอีกครั้งเมื่ออายุครรภ์ 32 - 34 สัปดาห์ การประเมินขนาดของทารกประกอบด้วยการวัดตัว วัดมาตราฐานต่างๆ และการคำนวณน้ำหนักทารกในครรภ์”
ประโยชน์สำหรับการตรวจกรอง
“การตรวจสุขภาพของแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ จึงเป็นวิธีการตรวจกรองวิธีหนึ่ง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ต่างๆ โดยการค้นหาและลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สุขภาพทารกในครรภ์เลวลง การเสริมสร้างการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และตรวจเฝ้าระวังสุขภาพของทารกในครรภ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งการกำหนดเวลาคลอดที่เหมาะสม”
Profile
พ.ญ.วราธิป โอทกานนท์
ความชำนาญพิเศษ สูติ-นรีเวช
ความสนใจพิเศษ การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
การศึกษา Certificate of Attendance International Hysteroscopic Course & Diagnosis & Surgery / โรงพยาบาลราชวิถี
Certificate of MIS Fellowship at the Minimally Invasive Gynaecological Surgery Unit, / KK Woman's & Children's Hospital, สิงคโปร์
วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาสูตินรีเวชวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
|
|
|
|
|
|