หมวดหมู่บทความ คลินิคคุณแม่ คนมีลูกยาก คนอยากมีลูก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, คลินิกหมอสูติ, การคลอดท่าก้นกับคนมีลูกยาก, คนมีลูกยาก คนอยากมีลูก, ครรภ์พิษ (4)


โสหุ้ยแห่งชีวิต (2) PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 02 June 2015
           ข้าพเจ้าเคยพานพบเรื่องปัสสาวะของคนไข้มีสีเลือดแดงในถุงปัสสาวะหลังผ่าคลอดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 – 50 ราย ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ข้าพเจ้าไม่เคยตกใจเท่าครั้งนี้เลย เพราะสีเลือดในถุงน้ำปัสสาวะครั้งนี้ สีแดงข้นจริงๆ อนึ่ง ปัจจุบัน คนไข้มักขี้ตกใจ อะไรนิดหน่อย ก็ฟ้องร้อง แบบไม่ให้ทันตั้งตัว ซึ่งอาจเกิดขึ้นเนื่องด้วยค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแพงมาก คนไข้และญาติ จำเป็นต้องเรียกร้องเอาจากความไม่พอใจ หรือตกใจในทุกกรณีที่สงสัยว่าจะมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น.....
ข้าพเจ้าพูดเรื่อยเปื่อยในห้องคนไข้สักพัก ก็เดินออกมาด้วยความไม่สบายใจ พอถึงเคาน์เตอร์พยาบาล ก็สั่งการกับพยาบาลว่า ‘เพิ่มอัตราเร่งของน้ำเกลืออีกหน่อย และช่วยรายงานผมเป็นระยะๆ ด้วยว่า เลือดที่ออกจากกระเพาะปัสสาวะในชั่วโมงต่อๆ ไป จะมีสีแดงเข้มเช่นนี้อีกหรือเปล่า?’
นอกจากนั้นข้าพเจ้ายังให้พยาบาลที่หอผู้ป่วยชั้น 5 โทรศัพท์ติดต่อศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ เพื่อปรึกษากรณีนี้ ข้าพเจ้าถามพยาบาลคนนั้นว่า ‘หมอ URO (ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ) คนไหนเก่ง’ พยาบาลคนนั้นตอบว่า ‘คุณหมอสุพิรักษ์ อยู่เวร First call’ ข้าพเจ้าจึงโทรศัพท์ปรึกษากับคุณหมอ โดยเล่าให้ทราบว่า ‘คนไข้รายนี้ เพิ่งผ่าตัดคลอดไปราวเที่ยงคืน ตอนนั้นปัสสาวะมีสีแดงเรื่อๆ ไม่แดงเข้มมากนัก (Hematuria) แต่...ตอนนี้ เวลาผ่านไปกว่า 6 ชัวโมง ปัสสาวะยังมีสีแดงอยู่เลย แถมสียังเข้มขึ้นอีกด้วย ไม่รู้ว่าตอนเย็บปิดแผลบนตัวมดลูกส่วนล่าง ผมจะพลาดพลั้งเอาเข็มเย็บเข้าไปทิ่มถูกกระเพาะปัสสาวะหรือเปล่า? กรณีอย่างนี้จะทำยังไงดี ต้องส่องดูในกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscope) หรือเปล่า’

คุณหมอสุพิรักษ์ตอบว่า ‘ขอผมดูคนไข้ก่อนก็แล้วกัน แต่ถ้าอาจารย์เย็บแล้วเข็มทิ่มเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะจริงๆ สักเข็มสองเข็ม ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร อย่างไรก็ตาม...คงต้องใส่สายปัสสาวะให้คนไข้คาทิ้งไว้นานหน่อย สัก 5 – 7 วัน’
ตอนเช้าคุณหมอสุพิรักษ์ได้ไปดูคุณกัญญารัตน์ราว 10 นาฬิกา และโทรศัพท์มาหาข้าพเจ้าทันที คุณหมอบอกว่า ‘ปัสสาวะของคนไข้ ดูมีสีใสขึ้น คงไม่จำเป็นต้องนำคนไข้ไปส่องตรวจดูในกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscope) ุุหรอก’ ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมาก ที่ไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายจนถึงขั้นต้องส่องกล้อง (Cystoscope) เข้าไปดูในกระเพาะปัสสาวะของคนไข้ เพราะนั่นเท่ากับสร้างความไม่พอใจให้กับคนไข้, สามี รวมทั้งบรรดาญาติๆ อันอาจนำไปสู่การฟ้องร้องในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้บอกกับพยาบาลที่นั่นว่า ‘หากจำเป็นต้องทำอะไรให้กับคนไข้ ตามที่ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะร้องขอ ค่าใช้จ่ายให้ตัดเข้าบัญชีของผม’ ซึ่งหมายความว่า ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ ของคนไข้ทั้งหมด วันนั้น ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์เข้าไปที่หอผู้ป่วย สอบถามเรื่องปัสสาวะของคุณกัญญารัตน์เกือบทุกชั่วโมง ผลปรากฏว่า ปัสสาวะมีสีแดงจางลงตามลำดับ

กลางคืนวันนั้น ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปเยี่ยมคุณกัญญารัตน์อีก สังเกตว่า ‘น้ำปัสสาวะในสายสวนและในถุงปัสสาวะไม่มีสีแดงฉานเหมือนตอนเช้า คงเป็นสีแดงเรื่อจางๆ เท่านั้น’ ข้าพเจ้าพูดกับคุณกัญญารัตน์ว่า ‘ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องใหม่ หรือส่องกล้องเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะอีกแล้ว เพียงแต่ว่า ต้องคาสายสวนนานหน่อย และคาดว่าจะเอาสายสวน (ปัสสาวะ) ออกในตอนเช้าวันพุธหรือพฤหัส...ช้าไปสักวันสองวัน’ ข้าพเจ้าพูดออกไปเช่นนั้น ด้วยประสบการณ์ที่เคยพบเจอ แต่พอพบเจ้าหน้าที่พยาบาล ข้าพเจ้าก็บอกกับพยาบาลว่า ‘การเอาสายปัสสาวะออก (off urinary catheter) เมื่อไหร่นั้น ก็แล้วแต่อาจารย์สุพิรักษ์’
วันอังคาร ข้าพเจ้าไปเยี่ยมคนไข้แต่เช้ามืด สังเกตว่า ‘ในสายสวนปัสสาวะของคนไข้ ไม่มีตะกอนเลือดอีกแล้ว’ ข้าพเจ้าดีใจจนบอกไม่ถูก หลังจากพูดคุยกับคุณกัญญารัตน์สักพักหนึ่ง จึงทราบว่า ‘ทางบริษัทฯของสามีเธอจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด’ ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าโล่งใจได้นิดหนึ่ง...
วันพุธ ข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมคนไข้อีกและเห็นว่า ‘ปัสสาวะของคนไข้สีเหลืองใสเหมือนของคนปกติ’ ข้าพเจ้าออกจะมั่นใจว่า ‘ณ ขณะนี้ คนไข้คงสามารถกลับบ้านได้ตามปกติ คือ 4 วันนับจากวันผ่าตัด’ แต่พอออกไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล จึงได้ทราบว่า ‘อาจารย์สุพิรักษ์ ต้องการให้คนไข้คาสายสวนปัสสาวะต่อไปอีก 3 – 4 วัน’
วันพฤหัส ข้าพเจ้ายังคงไปทำงานที่โรงพยาบาลตำรวจตามปกติ พอตกเย็น ทางพยาบาลหอผู้ป่วยได้โทรมาบอกข้าพเจ้าว่า ‘คนไข้ขอกลับบ้าน และอาจารย์สุพิรักษ์ก็อนุญาตแล้วด้วย’ ข้าพเจ้ารีบเดินทางไปดูคนไข้ทันที เจ้าหน้าที่พยาบาลบอกว่า ‘คนไข้ได้โทรศัพท์ติดต่อกับอาจารย์สุพิรักษ์ อาจารย์บอกว่าให้เอาสายสวนปัสสาวะออกได้ หลังจากนั้น คนไข้ก็ปัสสาวะได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร’

พอพบหน้าคนไข้ คุณกัญญารัตน์ได้ถามข้าพเจ้าว่า ‘ทำไมค่าใช้จ่าย ถึงบานปลายเป็น 7 - 8 หมื่นละหมอ เราไม่ได้ทำอะไรเลย’ ข้าพเจ้าอึ้งอยู่สักพัก ก็ขอตัวไปสอบถามจากพยาบาล โดยยังพูดกับคนไข้และญาติทำนองเดิมอีกว่า ‘ไม่เป็นไร เดี๋ยวถ้ามีปัญหาอะไร (เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย) ค่าแพทย์ต่างๆ ผมจะขอให้ทางโรงพยาบาลตัดออก’          พยาบาลได้ชี้แจงให้ฟังว่า ‘ที่คนไข้บอกมานั้น เป็นค่ารักษาที่ยังไม่คิดแบบ Package พอคิดแบบ Package จำนวนเงินก็จะลดลง’ และพูดเสริมเพิมเติมว่า ‘นี่ยังดีนะ ที่เจอคุณหมอสุพิรักษ์ หากไปเจอกับคุณหมอ URO ท่านอื่นบางคน คนไข้คงถูกจับไปส่องกล้องกระเพาะปัสสาวแล้ว และจะต้องนอนพักโรงพยาบาลต่ออีก 5 – 7 วัน ค่าใช้จ่ายมีหวังต้องเกินหลักแสน’ ในที่สุดคนไข้ก็ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบบ Package ผ่านทางบริษัทฯ

ข้าพเจ้าได้ผ่านเรื่องเลวร้ายเช่นนี้มาหลายครั้งหลายหน แต่คราวนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย เพราะหากคนไข้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนจ่ายไม่ไหว...เขาคงเรียกร้องเอาจากข้าพเจ้า

...ค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน ระยะหลังๆ มานี้ ไม่ว่าจะเป็นของโรงพยาบาลเอกชนหรือรัฐ ก็แพงแบบน่าใจหาย ด้วยเหตนี้การฟ้องร้องแพทย์จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเกิดขึ้นอย่างมากมาย เพราะความไม่พอใจ อันเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายและภาวะแทรกซ้อนของคนไข้
ข้าพเจ้าอยากให้ใครสักคนที่มีอำนาจ ช่วยจัดตั้ง ‘สหกรณ์คนป่วย (ช่วยคนไข้)’ ขึ้นมา โดยระดมทุนจากคนไข้และคนจนทั่วไปทั่วทุกสารทิศ ในรูปแบบระบบสหกรณ์ ยามเมื่อเจ็บป่วย คนไข้จะได้สามารถไปกู้ยืมหรือขอความอนุเคราะห์ฟรี ตามเหตุอันควร เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวค่ารักษาพยาบาลยามเมื่อเจ็บป่วยนั้น นับวันมีแต่จะบานปลายและลุกลาม ดุจไฟไหม้ป่าหรือมหาอุทกภัย หากไม่มีทุนสำรองหรือทุนอุดหนุน คนไข้ก็มีแต่จะเอาชีวิตไปทิ้ง เพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา...
จากที่ข้าพเจ้าเคยเห็นและได้ยินมา พ่อแม่ พี่น้องและญาติของคนไข้จำนวนหนึ่ง จำต้องกลายเป็นคนจนข้างถนน ไร้ที่อยู่อาศัยในชั่วข้ามคืน เพราะจำเป็นต้องขายไร่ ขายนา เพื่อช่วยรักษายื้อชีวิตคนไข้ในเบื้องต้น แต่ในที่สุด ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของมัจจุราช...
นี่คือความจริงแท้แน่เทียว การเจ็บป่วย คือ โสหุ้ยแห่งหายนะ จนมีคำกล่าวติดตลกว่า ‘ไม่มีเงินค่ารักษา ก็จงไปตายซะ’ 

 

.ต.อ.นพ. เสรี  ธีรพงษ

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< Prev   Next >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 558 มีนาคม - เมษายน 2564