หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง แรกเกิด – 3 เดือน

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, แรกเกิด – 3 เดือน, ฟูมฟัก ลูกคลอดก่อนกำหนด


หนูฝันไปหรือเปล่า PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Wednesday, 14 December 2011
          ไม่น่าเชื่อว่า ทารกแรกเกิดก็ฝันได้แล้ว ส่วนจะฝันดีหรือฝันร้ายนั้น คงเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาจริงๆ แต่อนาคตอีกหน่อย ด้วยวิวัฒนาการเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า คงมีเครื่องฉายภาพฝันของลูกน้อยได้น่ะ อิ อิ (คนเขียนก็เพ้อไปเรื่อยเปื่อย) ลองมาดูเรื่องฝันๆ ของลูกน้อยกันค่ะ
หนูฝันอะไรอยู่นะ
         ลองนั่งสังเกตดูค่ะ เวลาที่ลูกกำลังหลับปุ๋ยอยู่นั้น จะพบว่า ดวงตาของเขามีการเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ดวงตาที่ปิดสนิท ราวกับว่า เค้ากำลังกวาดสายตามองภาพบางภาพอยู่ ซึ่งก็มีแต่ตัวเค้านั่นเองค่ะ ที่เห็นว่าเป็นภาพอะไร ระยะของการหลับนี้เรียกว่า “ระยะการหลับขั้น REM” (rapid eye movement) หรือระยะที่มีการเคลื่อนไหวลูกตาในขณะที่หลับ บางครั้งลูกอาจร้องไห้หรือสะอึกสะอื้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่า เค้าตกใจกลัวอะไรมากมาย เพียงแต่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเท่านั้น
ทารกฝันบ่อยกว่าผู้ใหญ่
เด็กทารกจะฝันค่อนข้างมากและบ่อยกว่าผู้ใหญ่ ในขณะที่ผู้ใหญ่จะฝันเฉลี่ยอยู่ที่ 30%ของเวลาในการหลับ แต่เด็กทารกจะฝันประมาณ 50-80% ของเวลาที่เค้านอนหลับ แม้แต่ทารกที่อยู่ในครรภ์ก็ยังมีระยะการหลับฝันขั้น REM ด้วย จากการตรวจด้วยเครื่องอัตราซาวนด์ทำให้พบว่าทารกในครรภ์จะเริ่มมีการหลับฝันแบบ REM ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 23 ของการตั้งครรภ์ และยังมีการวิจัยบางชิ้นรายงานว่า ทารกอายุตั้งแต่ 25-30 สัปดาห์ในท้องแม่จะฝันทุกๆ นาทีอีกด้วยค่ะ
ฝันนี้..มีประโยชน์
นักจิตวิทยาเชื่อว่า ความฝันนั้นมีประโยชนสำหรับเด็กทารกอีกด้วย เพราะความฝันช่วยสะท้อนประสบการณ์ที่เด็กพบเจอในช่วงเวลาตื่น ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากที่ลูกจะฝันเห็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่เค้าจะหลับ ตลอดทั้งวันลูกได้เห็น ได้ยิน และได้รับประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสต่างๆ มากมาย ซึ่งประสาทสัมผัสของผู้ใหญ่อาจจะรับรู้เรื่องราวในชีวิตประจำวันนั้นจนชินเสียแล้ว แต่สำหรับเด็กทารกทุกประสบการณ์นั้นใหม่หมด เค้าจึงอ่อนไหวต่อการรับรู้มากกว่าผู้ใหญ่มาก
หนูกำลังเรียนรู้
การหลับฝันของทารกยังเป็นช่วงเวลาที่สมองบางส่วนของเขากำลังทำงาน และนั่นก็เป็นเวลาของการเรียนรู้ด้วยในตัว เพราะขณะที่เด็กกำลังฝันจะมีการเชื่อมต่อเซลล์ใหม่ๆ ระหว่างเซลล์สมองแต่ละเซลล์เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งการเชื่อมต่อของเซลลสมองนี้ มีความสำคัญมากต่อพัฒนาการด้านทักษะการคิดของลูก แล้วก็ดูเหมือนว่าขณะที่เจ้าหนูของคุณแม่กำลังหลับฝันอยู่นั้น เค้าสามารถจดจ่อมีสมาธิกับสิ่งต่างๆ ในฝันมากกว่าในชีวิตจริงขณะที่ตื่นอยู่เสียอีก เพราะไม่มีสิ่งใดมารบกวนให้วอกแวกมากนักในดินแดนของความฝันของเค้า

ไม่ต้องกลัวว่า ลูกหลับไม่สนิท
คุณแม่อาจจะกลัวว่า ถ้าลูกฝันบ่อยๆ จะทำให้หลับไม่สนิทจนทำให้มีผลต่อพัฒนาการต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้ว ขณะที่เข้าสู่ช่วงฝันลึกที่เรียกว่า REM เค้าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อประสบการณ์ที่เห็นได้อย่างกระจ่างชัดในฝัน แต่เพียงสักชั่วครู่ ลูกก็จะกลับเข้าสู่ภาวะของการนอนหลับสบายตามปกติอีกครั้งโดยไม่ตื่นขึ้นกลางคันแต่อย่างใด
ที่มา หนังสือ What is my baby thinking? โทร.02-8141481-7



แสดงแบบ ด.ช.กรภัทร ทิพย์สรโรจน์ (น้องกรกี้)

 

 

ความเห็น (1)Add Comment
0
na
February 27, 2014
49.230.142.86
Votes: +0
...

smilies/kiss.gif เป็นข้อมูลที่ดีเลย
ค่ะ

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< Prev   Next >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 558 มีนาคม - เมษายน 2564