หมวดหมู่บทความ อาหารอร่อย ชวนกันเข้าครัว

Search by tag : Select Section, Select Category, ส้มตำสมุนไพร แซ่บ...ได้ใจคุณแม่, อาหารอร่อย, ชวนกันเข้าครัว, เฟิร์มหุ่นด้วยทูน่าสลัด


อร่อยกับ “ข้าวโพด”
                เพียงได้ยินว่าอร่อยกับข้าวโพด หลายคนคงคิดถึงข้าวโพดต้มร้อนๆ หรือไร่ข้าวโพดที่มองสุดลูกหูลูกตา แต่แฝงคุณค่าในความอร่อยอย่างล้นเหลือต่อสุขภาพลูกน้อย ในเรื่องการขับถ่าย
ข้าวโพดเป็นพืชจำพวกหญ้า เรียกว่า ไพรี เป็นอาหารกลุ่มธัญญพืชที่มีความสำคัญต่อผู้บริโภค หลากหลายวัยรองลงมาจากอาหารกลุ่มข้าวเจ้าและธัญญพืชอื่นๆ การใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของข้าวโพดคือ ในส่วนของเมล็ด ลำต้น ใบ เปลือก และแกนฝัก ส่วนใหญ่ใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหาร การเกษตร การแพทย์ และด้านอื่นๆ การนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านอาหารส่วนใหญ่ใช้ฝักอ่อน และเมื่อฝักแก่ขึ้นก็ใช้เมล็ดมาประกอบอาหาร หรือเพียงแค่ต้มสุกก็สามารถรับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อยแล้ว
ข้าวโพดสามารถแบ่งได้โดยทั่วไปออกเป็น 5 กลุ่ม คือ  
  1.ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวโพดไร่
  2.ข้าวโพดหวาน เป็นข้าวโพดที่ใช้รับประทาน โดยนำมาประกอบอาหารทั้งประเภทอาหารคาว อาหารหวาน และอาหารว่าง
  3.ข้าวโพดคั่ว เป็นข้าวโพดที่รับประทาน ถ้าเมล็ดมีลักษณะแหลมเรียกว่า ข้าวโพดข้าว ถ้าเมล็ดกลม เรียกว่า ข้าวโพดไข่มุก
  4.ข้าวโพดแป้ง เป็นข้าวโพดที่เมล็ดมีสีหลายชนิด เช่น ขาว (ขุ่นๆ หรือปนเหลืองนิดๆ) หรือสีน้ำเงินคล้ำ หรือมีทั้งสีขาวและสีน้ำเงินคล้ำในฝักเดียวกัน
  5.ข้าวโพดเทียน เป็นข้าวโพดที่คนใช้รับประทาน จะมีแป้งที่มีลักษณะเฉพาะคือ นุ่มเหนียว เพราะในเนื้อแป้งจะประกอบด้วยอะมิโลเพคติน ส่วนข้าวโพดอื่น ๆ มีอะมิโลส
การใช้ประโยชน์จากข้าวโพด โดยการนำข้าวโพดมาประกอบอาหารมีหลากหลายวิธี เช่น การทอด การนึ่ง การปิ้ง และการต้ม ทำให้ข้าวโพด มีกลิ่นรส และความหอมเพิ่มมากขึ้น จากการศึกษาพบว่าในข้าวโพดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (สารต้านอนุมูลอิสระ) และกรดเฟอรูลิก ซึ่งจะถูกปลดปล่อยออกมาเป็นอิสระ เมื่อนำไปต้ม ยิ่งต้มนานขึ้นก็จะยิ่งมีปริมาณสารเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
หากลูกน้อยมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย ไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้ด้วยแล้ว ปัญหาเรื่องท้องผูกก็จะแก้ไม่หายกันซักที เนื่องจากการรับประทานข้าวโพดทั้งเมล็ดจะมีประโยชน์มาก เนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวโพดมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก เมื่อรับประทานติดต่อกันหลายวันปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ กลุ่ม Bifidobacteria ในลำไส้ใหญ่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ลูกน้อยของท่าน ที่กำลังมีปัญหาเรื่องท้องผูก จะสามารถช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้
เด็กที่อยู่ในวัยที่เริ่มรับประทานอาหารด้วยตนเองได้ หรือในวัย อยากรู้อยากลอง ที่จะลิ้มรสอาหาร คุณแม่ต้องพยายามที่จะสร้างเมนูที่จะทำให้ลูกน้อยมีความอยากที่จะรับประทานอาหารนะครับ

 

ข้าวโพดโรล


ข้าวโพดหวาน 200 กรัม
เนื้อหมูบด 200 กรัม
เนื้อกุ้งหั่นท่อน 50 กรัม
กระเทียม 5 กรัม
รากผักชี 5 กรัม
พริกไทยป่น 2  กรัม
ซอสปรุงรส  10 กรัม
น้ำมันงา 15 กรัม
น้ำตาลทราย 5 กรัม
ผักกาดขาว 3 ใบ
เกลือเล็กน้อย
ซอสเปรี้ยว

  1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด พักไว้
  2. ผสมหมูบด ส่วนผสมที่โขลกเตรียมไว้ ซอสปรุงรส น้ำมันงา น้ำตาลทราย เกลือ ในเครื่องสับผสมปั่นให้เข้ากันสักครู่
  3. เติมข้าวโพดหวานลงไปครึ่งส่วน ปั่นให้เข้ากันอีกครั้ง นำออกเติมเนื้อกุ้งและข้าวโพดที่คนให้ส่วนผสมเข้ากัน พักในตู้เย็นอย่างน้อย 20 นาที
  4. ลวกใบผักกาดขาวพอสุก นำส่วนผสมที่พักไว้ในตู้เย็นออกมา ใส่เป็นไส้ม้วนเป็นท่อน จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 15 - 20 นาที หรือเมื่อสุกนำออกมาหั่นเป็นท่อน เสิร์ฟกับซอสเปรี้ยว

               
ข้าวเหนียวมูนข้าวโพด


ข้าวเหนียวเขี้ยวงู  300 กรัม
หัวกะทิ 200  กรัม
น้ำนมข้าวโพด 100 กรัม
ข้าวโพดหวาน 50 กรัม
ข้าวโพดข้าวเหนียวสีแดง 50 กรัม
น้ำตาลทราย 70 กรัม
เกลือป่น 2 กรัม
ใบเตย 2  ใบ
สารส้ม                   

  1. ซาวข้าวเหนียว 2 ครั้ง เติมน้ำอุ่นให้ท่วม แก่วงสารส้มแช่ไว้อย่างน้อย 3 - 4 ชั่วโมง (ข้าวเหนียวใหม่) เทน้ำออกจากนั้นล้างน้ำทิ้ง 2 ครั้ง พักให้สะเด็ดน้ำ
  2. นำข้าวเหนียวลงนึ่ง ในรังถึงรองด้วยผ้าขาวบาง ที่น้ำเดือด นานประมาณ 10 - 15 นาที จนข้าวเหนียวสุก
  3. นำออกมาผสมกับส่วนผสมข้อ 3 ขณะร้อน
  4. ระหว่างที่นึ่งข้าวเหนียว ผสมหัวกะทิ น้ำนมข้าวโพด ข้าวโพดหวาน น้ำตาล เกลือ ใบเตยหั่นท่อน ตั้งไฟพดเดือด ยกลง เทลงในข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดฝาไว้ประมาณ 20 นาที (เรียกว่าวิธีการมูลข้าวเหนียว) ควรผสมในขณะที่ส่วนผสมทั้งสองอย่างทั้งสองอย่างร้อนทันที

ส่วนผสมหน้า
ข้าวโพดหวาน 100 กรัม
น้ำนมข้าวโพด 100 กรัม
กะทิ 100 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 10 กรัม
น้ำตาลทราย  30 กรัม
น้ำตาลทราย 30 กรัม
เกลือ 1/4  ช้อนชา

ผสมทุกอย่างรวมกัน กวนจนส่วนผสม ตักเสิร์ฟกับหน้าข้าวเหนียว

Tip
การเตรียมน้ำนมข้าวโพด ใช้ข้าวโพดต้มฝานเอาแต่เนื้อ 500 กรัม จากนั้นปั่นละเอียดกับน้ำ 200 กรัม กรองด้วยผ้าขาวบาง ได้น้ำนมข้าวโพด

สมูทตี้ข้าวโพด


ข้าวโพดหวานต้มสุก 150 กรัม
สับปะรด 100 กรัม
นมสด  100 กรัม
นมข้นหวาน 50 กรัม
น้ำผึ้ง  30 กรัม
น้ำแข็งบด 100 กรัม
เกลือเล็กน้อย

  1. ผสมส่วนผสม ข้าวโพด สับปะรด นมสด นมข้นหวาน น้ำผึ้ง น้ำแข็ง และเกลือ เข้าด้วยกันในโถปั่นน้ำผลไม้ ปั่นจนส่วนผสมละเอียด
  2. จัดเสิร์ฟใส่แก้ว แต่งหน้าด้วยข้าวโพดต้มสุก

                                                                               
สังขยาข้าวโพด


ข้าวโพดหวานต้มสุกบด 200 กรัม
นมสด 100 กรัม
น้ำตาลทราย 30 กรัม
เกลือเล็กน้อย                               


ผสมส่วนผสมทุกอย่างรวมกัน ตั้งไฟกวนให้ข้น ยกลง จัดเสิร์ฟกับขนมปัง

Q&A
อยากทำน้ำสมุนไพรไว้ให้ลูกดื่มหลังเลิกเรียน รบกวนขอสูตรน้ำอัญชัญ น้ำกระเจี๊ยบและน้ำมะตูมหน่อยค่ะ เก็บใส่ตู้เย็นได้ใช่ไหมคะ
“สูตรน้ำอันชัญ เตรียมส่วนผสมมีดอกอันชัญ 30 ดอก น้ำมะพร้าว 200 กรัม น้ำเปล่า 1,000 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม เกลือเล็กน้อย วิธีทำเริ่มจากล้างดอกอันชัญให้สะอาดใส่น้ำ นำไปต้มพอเดือด เติมน้ำมะพร้าว และน้ำตาลทราย ต้มให้เดือดอีกครั้ง นำส่วนผสมที่ได้มากรอง ด้วยผ้าข้าวบาง เก็บใส่ภาชนะ ใช้เสิร์ฟแบบแช่เย็น หรือน้ำแข็งเล็กน้อย
…สูตรน้ำกระเจี๊ยบ ส่วนผสมมีกระเจี๊ยบแห้ง 50 กรัม น้ำเปล่า 1,200 กรัม น้ำตาลทราย 120 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา วิธีทำเริ่มจากล้างกระเจี๊ยบแห้งให้สะอาด เติมน้ำเปล่า ต้มให้เดือดประมาณ 10 นาที ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง ยกขึ้นตั้งไฟ เติมน้ำตาลทราย เกลือ ต้มให้เดือดอีกครั้งชิมรส สามารถปรับเพิ่มได้
…สูตรน้ำมะตูม ส่วนผสมมีมะตูมแห้ง                100 กรัม น้ำเปล่า                1,300 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม วิธีทำเริ่มจากล้างมะตูมให้สะอาด นำไปย่างไฟให้หอม ต้มกับน้ำพอเดือด จับเวลาประมาณ 20 นาที ใช้ไฟกลาง กรองด้วยผ้าขาวบาง นำขึ้นตั้งไฟเติมน้ำตาลทราย ต้มให้เดือดยกลง ใช้เสิร์ฟกับน้ำแข็ง”
อยากได้สูตรทำพุดดิ้งสำหรับเด็กค่ะ ขอเป็นสูตรผสมผลไม้ พวกสตรอเบอร์รี่นะคะ
“สูตรพุดดิ้งที่เสนอคือ สตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตพุดดิ้ง ส่วนผสมมีสตรอเบอร์รี่สดลูกเล็ก 16              ลูกผ่าครึ่ง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 120 มิลลิลิตร ครีมสด 1/2 ถ้วยตวง หรือประมาณ 100 มิลลิลิตร เจลาตินชนิดผง 5 กรัม น้ำตาลป่น 40 กรัม  น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
…วิธีทำ 1. ใส่น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ ในชามที่มีเจลาติน 5 กรัม และพักไว้สักครู่ให้ซึมซับ 5  นาที (เพื่อให้นิ่ม) 2. นำสตรอเบอร์รี่เด็ดใบทิ้ง ( เก็บไว้ 4 ลูก สำหรับตกแต่ง ) 3. นำสตรอเบอร์รี่ใส่เครื่องปั่น  ปั่นจนละเอียดข้น 4. ผสมโยเกิร์ต  น้ำตาล ในชามแก้ว  ตีให้ขึ้นฟูเป็นครีม แล้วใส่ส่วนผสมของสตรอเบอร์รี่ที่ปั่นลงไปตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน 5. ตีครีมสดกับน้ำตาล ให้ขึ้นเป็นวิปปิ้งครีม
...6. นำวิปปิ้งครีม ลงไปผสมกับส่วนในข้อ 4  ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน 7. ปิดแร็ปในส่วนผสมข้อ 1 (น้ำผสมกับเจลาติน) เข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที 8. ใส่ส่วนผสมข้อ 7  (เจลาตินกับน้ำ)  ส่วนผสมข้อ 6  ผสมกันอย่างเร็วที่สุด  แล้วใส่ในพิมพ์  นำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง  แล้วนำออกจากพิมพ์ ตกแต่งด้วยสตรอเบอร์รี่
ลูกชอบซื้อเกี้ยวทอด โรตี ขนมโตเกียว มันฝรั่งเกลียวทอดเสียบไม้ มาทาน ต้องระวังอย่างไร
“ถ้าลูกทานอาหารเหล่านี้นานๆ ครั้ง ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้ารับประทานติดต่อกันนานๆ ลูกจะได้รับไขมันชนิดอิ่มตัวติดต่อกัน และสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน และอาหารที่กล่าวมานั้นก็ยังเป็นอาหารประเภทแป้ง ทานมากๆ ร่างกายก็จะเก็บสะสมไว้เป็นพลังงาน และเปลี่ยนรูปเป็นไขมันในร่างกาย ลูกน้อยของท่านก็จะเกิดภาวะโรคอ้วนแน่นอน แต่เด็กถ้าได้มีการออกกำลังกาย ร่างกายก็จะนำพลังงานเหล่านี้ไปใช้ได้หมด แต่ไม่ควรให้ลูกรับประทานบ่อยคงจะดีต่อสุขภาพมากกว่านะครั
...การรับประทานมันฝรั่งทอดแบบเกลียว สารปรุงแต่งรสส่วนใหญ่มีหลากหลายรส แต่รสชาติที่แฝงอยู่คือรสเค็ม ที่เด็กๆจะได้รับโดยไม่รู้ตัว ทานมากๆ ไตจะทำงานหนักตั้งแต่เด็กเลยนะครับ หวังว่าทราบแล้วคงให้ลูกน้อยหลีกเลี่ยงให้ไกลคงดีนะครับ”

อาจารย์เจตนิพัทธ์ บุณยสวัสดิ์ และอาจารย์จักราวุธ ภู่เสม 
อาจารย์สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

 

ความเห็น (1)Add Comment
0
nattawat
มกราคม 05, 2013
202.183.129.188
Votes: +0
...

ขอบคุณที่นำมาแบ่งป
ันครับ


เสื้อผ้าเด็ก

เขียนแสดงความเห็น

busy