หมวดหมู่บทความ คลินิคคุณแม่ คนมีลูกยาก คนอยากมีลูก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, คลินิกหมอสูติ, การคลอดท่าก้นกับคนมีลูกยาก, คนมีลูกยาก คนอยากมีลูก, ครรภ์พิษ (4)


ภาวะเด็กถ่ายขี้เทาเข้มข้นในน้ำคร่ำ
Written by Administrator   
Thursday, 30 March 2017
“ของเหลวสีเขียวข้นคล้ายขี้โคลน ก็ไหลทะลักล้นออกมาภายนอกอย่างมากมาย นั่นบ่งบอกว่า ทารกน้อยอยู่ในสภาพขาดก๊าซออกซิเจนค่อนข้างมาก”

          ธรรมดาแล้ว ทารกในครรภ์จะไม่ถ่ายขี้เทาออกมา นอกเสียจากว่าขาดก๊าซออกซิเจนในเลือดอย่างรุนแรง ขี้เทาในน้ำคร่ำนั้น ถ้ามันไม่มากก็จะถูกเจือจาง และไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก แต่หากขี้เทามีจำนวนมาก ก็จะทำให้น้ำคร่ำเข้มข้นเหนียวหนืด และมีผลต่อชีวิตของทารกน้อยตอนที่เขาหายใจเฮือกแรกแห่งชีวิต เพราะมันจะแทรกซอนเข้าไปอุดตันในหลอดลมเล็กๆ หลายแห่งในปอด ส่งผลให้เนื้อปอดบางส่วนขาดก๊าซออกซิเจน รวมทั้งอวัยวะอื่นๆด้วย ทารกน้อยย่อมจะเป็นปกติสุขไม่ได้ ในที่สุด ทารกหลายคนก็ต้องสละชีพ
วันอังคารที่ผ่านมา ข้าพเจ้าอยู่เวรประจำการแผนกสูติฯ รพ.ตำรวจ ตอนเช้า ยังไม่ทันจะเดินทางถึงโรงพยาบาล

ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในห้องคลอด เมื่อข้าพเจ้าโทรศัพท์ไปถามเจ้าหน้าที่ห้องคลอดว่า ‘มีปัญหาอะไรไหม’ พยาบาลคนหนึ่งรายงานว่า “เมื่อคืน มีคนไข้รายหนึ่ง ท้องที่ 2 ปากมดลูกเปิด 7 เซนติเมตร ตั้งแต่ 1 ทุ่ม นี่เวลาผ่านไป 12 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่คลอดเลย”

“เด็กตัวใหญ่ไหม และมดลูกหดรัดตัวดีหรือเปล่า” ข้าพเจ้าถาม

“เด็กตัวใหญ่มาก มดลูกหดรัดตัวดีมาตลอด หมอรีบมาดูเถอะ” พยาบาลคนเดิมพยายามพูดเชิงวิงวอน

“ไม่เป็นไร Set ผ่าตัดไปเลย” ข้าพเจ้าสั่งการทางโทรศัพท์ จากนั้นก็รีบขับรถเพื่อให้ถึงโรงพยาบาลเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  

คุณนงลักษณ์คือคนไข้รายนี้ เธออายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ที่ 2 ลูกคนแรกคลอดเองทางช่องคลอด ขณะนี้อายุ 7 ขวบ น้ำหนักแรกคลอด 3,500 กรัม เพศหญิง ปัจจุบันแข็งแรงดี คุณนงลักษณ์มาฝากครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์ 7 สัปดาห์ และมาเข้ารับการตรวจครรภ์ตามนัดตลอด จำนวน 11 ครั้ง
ตอนอายุครรภ์ 17 สัปดาห์ เธอได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางหน้าท้อง เพราะขนาดมดลูกใหญ่กว่าอายุครรภ์ตามที่บอก ผลปรากฏว่าอายุครรภ์จากการเปรียบเทียบส่วนต่างๆ ของร่างกายทารก น่าจะเท่ากับ 21 สัปดาห์

คุณนงลักษณ์จึงเปลี่ยนแปลงอายุครรภ์นับแต่นั้น เธอยังมาฝากครรภ์อีกหลายครั้ง ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร และไม่มีการตั้งข้อสังเกตในใบฝากครรภ์

ก่อนหน้านั้น 1 วัน คุณนงลักษณ์ได้เข้ามานอนห้องคลอด ตอนเวลาประมาณ 6 นาฬิกา ด้วยเรื่องเจ็บครรภ์ พยาบาลห้องคลอดตรวจภายใน พบปากมดลูกเปิด 2 เซนติเมตร ความบาง 100 % มดลูกมีการหดรัดตัว ทุก 4 นาที

11 นาฬิกา พยาบาลห้องคลอดตรวจภายในคุณนงลักษณ์ ซ้ำ ปากมดลูกเปิด 3 เซนติเมตร เวลา 14 นาฬิกา ปากมดลูกยังคงเท่าเดิม
เวลา 16 นาฬิกา 30 นาที พยาบาลได้ตรวจภายในคนไข้อีก พบว่า ปากมดลูกเปิด 4 เซนติเมตร  ตอน 18 นาฬิกา ปากมดลูกเปิด 5 เซนติเมตร เวลา 19 นาฬิกา ปากมดลูกเปิด 7 เซนติเมตร ความบาง 100% พยาบาลได้รายงานให้แพทย์เวรมาดู เพราะการตั้งครรภ์ดำเนินไปค่อนข้างช้า คุณหมอเวรมาดูทันที และให้ความเห็นว่า คุณนงลักษณ์น่าจะคลอดเองได้ เพราะเคยคลอดบุตรมาแล้ว

พยาบาลห้องคลอดได้ตรวจภายในซ้ำอีกหลายครั้ง ก็ยังเหมือนเดิม ทุกครั้งพยาบาลจะรายงานให้แพทย์รับทราบ แต่ก็ไม่ได้มีการตัดสินใจอะไร เนื่องจากแพทย์ยังมั่นใจว่า ‘คนไข้น่าจะคลอดได้ ทั้งหัวใจเด็กก็ยังเต้นเป็นปกติ

ตอนเช้าเข้าเวร ขณะที่ข้าพเจ้าขับรถไปทำงาน พอสิ้นเสียงโทรศัพท์ระหว่างข้าพเจ้ากับพยาบาลห้องคลอด ข้าพเจ้าก็สั่งการให้พยาบาลห้องคลอดส่งคนไข้ไปที่ห้องผ่าตัดทันที ไม่รอช้า!  ข้าพเจ้าตั้งหน้าตั้งตา รีบขับรถมุ่งหน้าไปให้ถึงโรงพยาบาลเร็วที่สุด เนื่องด้วยหัวใจลูกคุณนงลักษณ์ยังเต้นเป็นปกติ

ข้าพเจ้าจึงขอให้วิสัญญีแพทย์ฉีดยาชาเข้าที่ไขสันหลังคนไข้ เพื่อไม่ให้ปวดแผลหลังคลอด เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
ที่ห้องผ่าตัด ข้าพเจ้ากรีดมีดลงตามแนวขอบกางเกงในเพื่อความสวยงาม แล้วค่อยๆ ผ่าตัดผนังหน้าท้องไปตามลำดับชั้น พอกรีดมีดทะลุมดลูกส่วนล่างและเจาะเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ ของเหลวสีเขียวข้นคล้ายขี้โคลน ก็ไหลทะลักล้นออกมาภายนอกอย่างมากมาย นั่นบ่งบอกว่า ทารกน้อยอยู่ในสภาพขาดก๊าซออกซิเจนค่อนข้างมาก ข้าพเจ้าใช้มือซ้ายล้วงเข้าไปในโพรงมดลูก

เพื่อช้อนเอาหัวเด็กให้งอพับส่วนคอ และงัดให้เงยโผล่ขึ้นมาเหนือรอยแผลบนตัวมดลูก ลูกคุณนงลักษณ์โผล่หัวออกมาในท่านอนหงาย ใบหน้าทารกเต็มไปด้วยขี้เทาสีเขียวเข้ม พยาบาลผู้ช่วยใช้ผ้าเช็ดใบหน้าเด็ก

ส่วนข้าพเจ้าใช้ลูกยางดูดเอาเสมหะและขี้เทาในปากจมูกเด็กออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็รีบส่งเด็กให้กับกุมารแพทย์ เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป  โชคดีที่ลูกคุณนงลักษณ์ยังขาดก๊าซออกิเจนในเลือดไม่นาน พอเด็กคลอดจีงร้องส่งเสียงดังทันที แขนขาขยับไปมาได้ดี

ข้าพเจ้าพูดเล่นๆ กับเจ้าหน้าที่ ณ ที่นั้นว่า “ดูสิ เด็กกำลังด่าพวกเราอยู่เลย” พยาบาลทุกคนที่นั่นต่างส่งเสียงหัวเราะ โดยไม่ทราบว่าข้าพเจ้ากำลังหมายถึงใคร จริงๆแล้วข้าพเจ้าพูดไปอย่างนั้นเอง เพราะสภาพของทารกน้อยตอนนั้น ถือว่าเพิ่งผ่านพ้นขั้นวิกฤติ หากการคลอดเนิ่นนานกว่านี้สัก 2 ชั่วโมง ลูกของคุณนงลักษณ์น่าจะเสียชีวิต ทารกน้อยมีน้ำหนักแรกคลอด 3,970 กรัม มีคะแนนศักยภาพแรกคลอด 9 และ 10 (จากคะแนนเต็ม 10) ตามลำดับ

การวินิจฉัยคนไข้รายนี้มีข้อผิดพลาด คือ 1. แม้คุณนงลักษณ์จะเคยคลอดเองมาแล้ว แต่ก็เป็นการคลอดยาก คุณหมอต้องใช้เครื่องมือช่วยคลอด 2. การประเมินน้ำหนักทารกรายนี้ผิดพลาด คุณหมอเวรคิดว่า ตัวไม่ใหญ่ น้ำหนักไม่มาก แต่ลูกคนแรกของคุณนงลักษณ์มีน้ำหนักถึง 3,500 กรัม ท้องนี้คนไข้บอกว่า ‘ทารกใหญ่กว่าอีก’ ดังนั้น การคลอดในครั้งนี้ก็อาจคลอดไม่ได้ 3. กราฟแสดงการดำเนินการคลอดหยุดนิ่งเป็นเวลานานถึง 12 ชั่วโมง แทนที่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง นับจากปากมดลูกเปิด 7 เซนติเมตรจนถึงเปิดหมด (ในท้องหลัง) 4. คนไข้มีความสูงเพียง 150 เซนติเมตร คนท้องที่มีความสูงระดับนี้ อุ้งเชิงกรานมักจะเล็กและช่องเชิงกรานแคบ สูติแพทย์ทุกคนพึงระวังภาวะคลอดยากในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่ครรภ์หลัง

ขณะที่ทำการผ่าตัดอยู่นั้น ผลจากการล้วงมือลงไปในมดลูกทางอุ้งเชิงกรานส่วนลึก ทำให้ปากมดลูกของคุณนงลักษณ์ฉีกขาดเป็นแนวยาวทางด้านซ้าย เกือบทะลุเข้าไปในช่องคลอด หากข้าพเจ้าไม่มีประสบการณ์มากพอ ก็อาจพิจารณาตัดมดลูกเหมือนคุณหมอที่เพิ่งจบใหม่บางท่าน 

ถัดจากกรณีของคุณนงลักษณ์ไม่นาน เวลาประมาณ  10 นาฬิกา ก็มีคนไข้อีกรายหนึ่ง ปากมดลูกเปิด 8-9 เซนติเมตร และมีขี้เทาข้นปะปนในน้ำคร่ำ เมื่อถุงน้ำแตกกะทันหัน แต่เนื่องจากเป็นครรภ์แรก ผู้ป่วยปวดมากทนไม่ไหว และคงต้องใช้เวลานานกว่าจะคลอดสำเร็จ ข้าพเจ้าจึงพิจารณาตัดสินใจผ่าตัดคลอดให้

การเย็บแผลบนตัวมดลูกส่วนล่างรายนี้ เป็นกรณีที่ปากมดลูกเปิดหมด นับว่ายากพอๆ กับการเย็บปากมดลูกฉีกขาดของคุณนงลักษณ์ วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องเหมาะสมคือ เย็บมุมแผลที่ฉีกขาดอย่างระมัดระวังด้วยกรรมวิธีเงื่อนปมหมายเลข 8 และต้องเย็บทีละปม จากนั้นก็ต้องใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปคลำมุมแผลตรงที่เย็บว่า ‘เย็มคลุมมุมแผลจนไม่มีช่องโหว่ใช่หรือไม่’

นอกจากนั้นยังต้องตัดตกแต่งขอบแผลที่กะรุ่งกะริ่งให้เรียบ เพื่อให้มีเนื้อมดลูกที่มีความหนาพอจะเย็บผูกได้ มิฉะนั้นเส้นด้ายอาจรัดแน่นจนตัดกล้ามเนื้ออันอ่อนนุ่มบริเวณนั้น ทำให้เลือดออกหลังปิดผนังหน้าท้อง และนำไปสู่การตัดมดลูก
ภาวะกรณีทารกถ่ายขี้เทาในครรภ์ก่อนคลอดนั้น คุณหมอทุกท่านไม่ควรประมาทแม้แต่ทารกถ่ายขี้เทาเจือจาง โดยเฉพาะในคนท้องครรภ์แรกที่ปากมดลูกเปิดไม่เกิน 3 เซนติเมตร ความบางไม่ถึง 100% (หรือพิเคราะห์ว่า ทารกจะไม่สามารถคลอดได้ภายในเวลา 6 ชั่วโมง) คนไข้ก็สมควรเข้ารับการผ่าตัดคลอดในเวลาอันสั้น

ส่วนกรณีที่ทารกถ่ายขี้เทาเข้มข้นออกมานั้น แน่นอน คุณหมอต้องรีบช่วยเหลือให้คนไข้คลอดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
โลกนี้อาจจะโหดร้ายสำหรับคนไร้เดียงสา ซึ่งเต็มไปด้วยอวิชาและความเห็นผิด แต่ทารกแรกเกิดนั้น บริสุทธิ ไร้เดียงสากว่า เธอจึงไม่ควรเสียโอกาสในการอยู่รอดในโลก โดยมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ สมองปราศจากภาวะปัญญาอ่อนจากการขาดก๊าซออกซิเจน ดังนั้น หากคนท้องท่านใดประสบปัญหามี ‘น้ำเดินและมีขี้เทาข้นปะปน’ ออกมา ก็ขอให้พิจารณาว่า นั่นคือ ภาวะวิกฤติอย่างหนึ่งของทารกน้อยในครรภ์ ทุกท่านที่พบเห็น ควรรีบหาทางช่วยเหลือ เพื่อให้อย่างน้อยก็มีมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่มีคุณภาพอีกสักคนเกิดขึ้นมาบนโลก

เรื่อง : พ.ต.อ. นพ.เสรี ธีรพงษ์
แสดงแบบ : คุณลักขณา วัฒนะกิจ 

 

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น

busy
Last Updated ( Friday, 10 March 2017 )