หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก คลินิกหมอเด็ก

Search by tag : พบคุณหมอเด็ก, คลินิกหมอเด็ก, ห่วงน้องติดคางทูมจากพี่


เลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ให้น็อตหลุด
         “หลักในการฝึกอีคิวตั้งแต่เล็กๆ ควรสอนให้ลูกรู้จักเรียกอารมณ์แต่ละแบบให้ถูกต้อง โดยพ่อแม่เป็นผู้บอก”

ลูกมักแสดงพฤติกรรมอาละวาดและเขวี้ยงปาข้าวของบ่อยๆ ควรแก้ไขอย่างไรดีคะ อยากได้คำแนะนำค่ะ
“ปกติน็อตสกรูเป็นตัวที่ช่วยยึดวัสดุให้มีความมั่นคง ทนทานต่อการใช้งาน เปรียบได้เหมือนการเลี้ยงลูกที่จะต้องให้ครอบครัวและลูกมีรากฐานการพัฒนาทางจิตใจที่มั่นคง โดยต้องอาศัยหลากหลายเทคนิคที่เหมือนน็อตสกรู มาช่วยอาการน็อตหลุด เปรียบได้เหมือนการที่คนเราใจร้อนทำอะไรออกไปโดยไม่ยั้งคิด ทำให้เกิดผลเสียต่อตัวเองและผู้อื่น ดังที่เราเห็นข่าวในสื่อต่างๆ มากมาย ที่คนเราทะเลาะหรือทำร้ายร่างกายกัน
11.jpg
อาการน็อตหลุดส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับอารมณ์โกรธ หงุดหงิด ซึ่งอารมณ์ดังกล่าวมักเกิดจากการที่ตนเองไม่ได้อย่างที่หวัง เช่นเด็กๆ หวังให้พ่อแม่เข้าใจ แต่เมื่อโดนห้ามไม่ให้ทำสิ่งต่างๆ ก่อให้เด็กเกิดอารมณ์หงุดหงิดไม่ได้ดังใจ จึงอาละวาด นั่นก็ถือเป็นอาการน็อตหลุดตั้งแต่วัยเด็ก อาการเหล่านี้จะดีขึ้นได้ หากพ่อแม่เลี้ยงลูกและฝึกการควบคุมอารมณ์เด็กอย่างถูกวิธี หลักง่ายๆ คือการฝึก EQ เด็กนั่นเอง

 EQ หรือเชาวน์อารมณ์ คือ การที่คนเราสามารถรู้อารมณ์ตัวเอง มีความเข้าอกเข้าใจคนอื่น เพราะรับรู้อารมณ์คนอื่นได้ นำไปสู่ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม จนทำให้เกิดแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จ โดยมีทักษะทางอารมณ์และสังคมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ควบคู่กันไป หากผู้ใดมีอีคิวดี จะช่วยเสริมให้ใช้สติปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นคือ เป็นคนที่ทั้งฉลาดและน่าคบหา เป็นที่รัก ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ ทำให้ประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิต ต่างกับกลุ่มคนที่เก่งแต่เพื่อนๆ เบื่อนิสัย ในที่สุดก็จะไม่สามารถทำงานให้สำเร็จได้และขาดความสุขในชีวิต

หลักในการฝึกอีคิวตั้งแต่เล็กๆ ควรสอนให้ลูกรู้จักเรียกอารมณ์แต่ละแบบให้ถูกต้อง โดยพ่อแม่เป็นผู้บอก เช่น เมื่อเห็นลูกโกรธ อาละวาด อย่าเพิ่งรีบสอนหรือบอกให้หยุด แต่ให้รีบสะท้อน “หนูกำลังโกรธ” และสอนให้ลูกเข้าอกเข้าใจ เห็นใจผู้อื่น โดยพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างความมีน้ำใจ ซื้อของฝากเพื่อนบ้านหรือคนในครอบครัว แสดงความรัก ความเห็นใจต่อคนในและนอกครอบครัว ตามขอบเขตที่เหมาะสม อาจทำงานการกุศลให้ลูกเห็น และให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือช่วยเหลือผู้เดือดร้อนด้านต่างๆ

ฝึกลูกให้มีแรงจูงใจสู่ความสำเร็จ โดยการชื่นชมสิ่งดีๆ ที่ลูกทำอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการฝึกทักษะการช่วยเหลือตัวเอง หรือการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยตัวเขาเอง จะทำให้ลูกภูมิใจและมองเห็นความสามารถของตัวเขาได้ชัดเจนขึ้น จนเกิดความมั่นใจในตัวเอง มีจุดมุ่งหมายในชีวิตไปสู่ความสำเร็จ
   
ที่สำคัญ  ผู้ใหญ่ที่ฝึกเด็ก จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเองและฝึกอีคิวไปพร้อมๆ กัน เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่เด็ก และในช่วงที่มีความโกรธ ควรปล่อยให้เด็กได้ระบายความโกรธ อย่างเหมาะสม โดยยังไม่ตำหนิหรือวิพากษ์วิจารณ์ เช่น อนุญาตให้เด็กร้องไห้เสียงดังได้ แต่ไม่อนุญาตให้ระบายความโกรธแบบที่ทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเจ็บตัว และต้องไม่ทำลายข้าวของ เมื่อความโกรธของเด็กผ่านพ้นไปแล้ว ควรปลอบโยน ชักชวนเขาไปทำกิจกรรมปกติ เมื่อสงบไปอีกสักระยะ จึงจะมานั่งพูดคุยและสอนแนวทางการแสดงออกที่เหมาะสม จึงจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้”

ผศ.พญ.ปราณี เมืองน้อย
กุมารแพทย์-จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น

busy