หมวดหมู่บทความ Family Life ครอบครับสุขสันต์

Search by tag : Family Life, ครอบครับสุขสันต์, ลับคมความคิดด้วย “ทักษะการเขียน”


สอนลูกให้งดงามจากภายใน
“เราควรสอนลูกให้เป็นคนที่ดีงามมาจากจิตใจภายใน จนแสดงออกมาเป็นการกระทำที่ดีงามภายนอก เพราะจะเป็นสิ่งจะติดตัวเด็กอย่างมั่นคงถาวร”  

ท่านคิดเห็นอย่างไรกับคำกล่าวดังต่อไปนี้ “การแสดงออกภายนอกจะเป็นอย่างไรนั้นไม่สำคัญ สำคัญที่จิตใจภายในให้เป็นคนดี คิดดีก็พอแล้ว” “ป้าคนนั้นน่ะ แกปากร้ายแต่ใจดี แกเป็นคนที่มีน้ำใจมากเลย” การแสดงออกภายนอกสำคัญกว่าจิตใจภายใน จริงหรือ?
    จิตใจที่ดีงามสำคัญกว่าการแสดงออกภายนอก จริงหรือไม่?
    ในความคิดของผม การแสดงออกภายนอกเป็นตัวสะท้อน จิตใจภายใน หากเราเป็นคนมีจิตใจภายในที่ดีงามย่อมส่งผลออกมาเป็นการกระทำที่ดีงามด้วยเช่นกัน
    ภายนอกร้าย ภายในดี เป็นจริงหรือไม่ น่าสงสัย (หากภายนอกร้าย ภายในจะสามารถดีได้จริงหรือไม่)
ภายในร้าย ภายนอกดี พบเห็นอยู่ทั่วไป 
ภายในร้าย ภายนอกร้าย เป็นสิ่งปกติที่เกิดได้
ภายในดี ภายนอกดี .เป็นสิ่งที่พึงปรารถนา

ฉะนั้น หากเราพบคนที่มีการแสดงออกภายนอกดีจึงต้องดูกันยาวๆ ว่า  เนื้อแท้ภายในเป็นคนดีจริงหรือไม่ เช่น ในการเลือกคู่ครอง เราอาจเกิดความประทับใจอีกฝ่าย เพราะการแสดงออกภายนอกที่ดูดีนั้น หากคิดจะคบหาอีกฝ่ายจนพัฒนาสู่การเป็นคู่แต่งงานในที่สุด จึงมีความจำเป็นต้องใช้เวลามากพอสมควรว่า เนื้อแท้ของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร เป็นต้น
    เราพบเห็นพนักงานเอกชนที่ให้บริการพูดจาดี เพราะถูกสอนมาให้แสดงออกอย่างสุภาพกับลูกค้า ซึ่งหากเราไปพบเขาที่อื่นเราอาจจะไม่ได้รับการปฏิบัติแบบเดิมก็เป็นไปได้
    แม้ว่าคนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับการแสดงออกภายนอกก็ตาม เช่น การแต่งตัวที่ดี การพูดจาที่ดี การแสดงออกแบบสุภาพชนอย่างมีมารยาท ผมเห็นด้วยว่าเป็นสิ่งที่ดีและควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่เพียงพอเพราะเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น หากความดีงามไม่ได้เกิดมาจากภายในจิตใจ เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์บีบคั้น อาจไม่สามารถแสดงออกอย่างดีงามได้ในที่สุด ดังตัวอย่างคนในสังคมที่ในยามปกติมีภาพลักษณ์เป็นคนดี น่านับถือ เมื่อเผชิญสถานการ์บีบคั้นมักจะ “หลุด” กิริยา  วาจาที่ไม่ดีออกมาได้ สะท้อนตัวตนที่แท้จริงออกมาในที่สุด
ในฐานะพ่อแม่ เราควรสอนลูกให้เป็นคนที่ดีงามมาจากจิตใจภายใน จนแสดงออกมาเป็นการกระทำที่ดีงามภายนอก เพราะจะเป็นสิ่งจะติดตัวเด็กอย่างมั่นคงถาวร  

คำถามคือ เราจะสอนลูกโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตใจภายในที่ดีงามจนแสดงออกเป็นการกระทำภายนอกที่ดีงามได้อย่างไร
สำคัญที่สุด พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก  เป็นคนพูดจริงทำจริง แสดงความจริงใจไม่หลอกลวงกับคนรอบข้าง  ไม่เป็นคนหน้าไห้วหลังหลอกให้ลุกเห็น เช่น หากวันหนึ่งลูกมาเห็นเราคุยโทรศัพท์กับเจ้านายอย่างสุภาพนอบน้อม พอวางสายโทรศัพท์ปุ๊บ เรากลับสบถคำหยาบคายใส่โทรศัพท์ (ลับหลังเจ้านาย) เราจะสามารถสอนลูกให้เป็นคนสุภาพนอบน้อมต่อผู้อื่นได้อย่างไร หากเรามักจะนินทาคนอื่น หรือพูดถึงสิ่งไม่ดีของคนอื่นในบ้านให้ลูกได้ยิน เราจะสอนลูกให้เป็นคนคิดดี ทำดีต่อผู้อื่นได้อย่างไร ดังนั้น หากเราจะสอนลูกสิ่งใด เราต้องพัฒนาตนเองในสิ่งนั้นๆ ควบคู่ไปด้วย
สอนให้ลูกมีจิตสำนึกที่ดี รักษาใจมากกว่ารักษาหน้า พ่อแม่ควรสอนลูกเห็นความสำคัญของการเป็นคนพูดจริงทำจริง พูดดีทำดีอย่างมีเหตุมีผล เพื่อให้ลูกเข้าใจและมีจิตสำนึกที่ดี เช่น หากเราจะสอนลูกให้ไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ  เราควรสอนว่า “ควรทิ้งขยะในถังที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้  จะทำให้บ้านเมืองที่เราเป็นเจ้าของเหมือนกันสะอาด น่าอยู่  เรารักบ้านของเราอย่างไร  เราก็ควรรักชุมชนแบบนั้น เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน” ไม่ควรสอนว่า “อย่าทิ้งขยะผิดที่  ระวังจะถูกปรับ” เพราะลูกจะทำหรือไม่ทำ เพราะความกลัวมากกว่าความเข้าใจว่าเหตุใดต้องทำเช่นนั้น

หรือหากเราจะสอนลูกให้ตั้งใจทำการบ้าน รับผิดชอบอย่างดี  ควรสอนว่า “การบ้านเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราได้ทบทวนสิ่งที่เราได้เรียนมา เป็นการฝึกฝนทักษะของเรา เราควรตั้งใจทำอย่างดี” ไม่ควรพูดกับลูกว่า “หากไม่ส่งการบ้าน ระวังนะคุณครูจะตัดคะแนน” แม้จะเป็นความจริง แต่การสอนให้ลูกรับผิดชอบทำการบ้าน เพราะกลัวถูกตัดคะแนนหรือถูกลงโทษ เป็นแรงจูงใจที่ต่ำเกินไป  นอนาคตจะทำให้เด็กทำการบ้านเพราะแรงขับที่ไม่ถูกต้อง  พราะกลัวถูกลงโทษ ไม่ใช่เพราะตระหนักว่าเป็นความรับผิดชอบของตนเอง
อีกตัวอย่างหนึ่ง หากจะสอนให้ลูกเป็นคนมีมารยาทที่ดีในการเข้าสังคม เช่น บนโต๊ะอาหาร การไปเยี่ยมบ้านคนอื่น  ควรสอนว่า “การมีมารยาทที่ดี ทำให้เราไม่เป็นภาระแก่เจ้าของบ้าน เป็นการให้เกียรติเจ้าของบ้าน และผลที่ได้รับทำให้ตัวเราเป็นที่ประทับใจของผู้อื่น” ไม่ควรสอนว่า “ระวังเค้าจะว่าพ่อแม่เอาได้ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน เดี๋ยวเค้าจะมองเราไม่ดี”
พ่อแม่จึงต้องระวังไม่สอนลูกอย่างฉาบฉวย เพียงทำดีแต่ภายนอก เพราะกลัวคนอื่นมองดูเราไม่ดี ทำดีเพียงเพราะกลัวถูกดุ ถูกทำโทษ หรือกลัวโดนตัดคะแนน ฯลฯ

ตัวอย่างคำพูดที่กำลังสอนให้เด็กสนใจเพียงภาพลักษณ์ภายนอก อาทิ
“อย่าทำให้มันแปลกแยกกับคนอื่นได้มั๊ย”
“ถ้าไม่รีบทำ ระวังถูกอาจารย์ว่าเอานะ”
“ระวังคนอื่น เค้าจะมองเราไม่ดีนะ”
“ทำให้มันดี  จะได้ไม่ถูกตี”
“ทำอย่างนี้สิ เพราะใครๆ เขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น”
การกล่าวว่า  จิตใจที่ดีภายในสำคัญกว่าการแสดงออกที่ดีภายนอก ผมคิดว่ายังไม่ครบถ้วนเสียทีเดียว เพราะการแสดงออกภายนอกนั้น เป็นตัวสะท้อนสิ่งที่เราเป็นจากข้างใน แต่หากกล่าวว่า ความงดงามในจิตใจจะส่งผลออกมาเป็นการแสดงออกที่ดีงามภายนอก น่าจะเป็นจริงมากกว่าครับ



ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ ,http://www.kriengsak.com
ภาพประกอบ : ด.ช.กรกฎ อังกูรจารุชัย
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น

busy