หมวดหมู่บทความ Family Life ด้วยรักจากสุพัตรา

Search by tag : Family Life, ด้วยรักจากสุพัตรา, เด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิง ใครเลี้ยงยากกว่ากัน


เทคนิคอยู่กับลูกเลี้ยงอย่างเป็นสุข
“การจะให้ลูกเลี้ยงปรับเปลี่ยนตัวเอง ใช่ว่าจะทำง่าย เราต้องใจเย็น ให้เด็กมีเวลา มีโอกกาส”

    การมีคู่คิด มิตรคู่บ้านเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งอยากมีเพื่อนคู่คิดที่รู้จักคิด ไม่ทำตัวน่าเบื่อหน่ายหรือสร้างปัญหา เพราะเราก็มีปัญหาให้คิดน่าปวดหัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วเช่นกัน บางครั้งเราจึงไม่อยากรับรู้ปัญหาของใคร แม้แต่คนที่เรารัก เช่น สามีกับลูกเลี้ยง หากเขายังให้เรารับรู้หรือแก้ปัญหาของเขา เราจะเครียด ปวดหัว หงดุหงิด เป็นต้น หากเรามีอารมณ์ออกมา ลูกอาจไม่สบายใจ ตกใจ กลัว ฯลฯ จนไม่อยากเข้าใกล้เราและสามีก็ได้
    ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพให้ข้อคิดว่า ที่เป็นปัญหามากก็คือ ลูกเลี้ยง ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางครั้งพูดกันอาจจะสะเทือนใจกันได้
    การจะอยู่ร่วมกันแบบเป็นสุขกับลูกเลี้ยงนั้น ควรยึดหลักสำคัญ ดังนี้87.1.jpg
    1. สื่อสารสำคัญ ถ้าเรามีลูกเลี้ยง ควรตกลงกับเขาให้ได้ก่อนจะอยู่ร่วมกันว่า เราจะอบรมสั่งสอนลูกเลี้ยงได้แค่ไหน จะให้ดีควรให้พ่อของลูกเลี้ยงดูแลรับผิดชอบลูกของเขาเป็นหลัก เพราะเด็กอาจจะไม่ต่อต้านหรือไม่พอใจเท่าเราทำเอง ยกเว้นเรากับลูกเลี้ยงสนิทสนท รักใคร่ไว้ใจเรา และเห็นเราคือแม่เลี้ยงที่เขาพอจะชอบพอรักใคร่ได้ อย่างไรก็ตาม พ่อเด็กกับเราต้องปรึกษาหารือกันและอบรมเลี้ยงดูแบบเป็นหนึ่งเดียวกัน
    2. อย่าท้อกับการต่อต้าน ไม่ว่าในรูปใด ตั้งแต่ไม่เคารพเรา ก็ไม่ต้องแสดงความไม่พอใจ ก็เราเป็นผู้ใหญ่ ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน แม้ลูกเลี้ยงจะทำตัวไม่น่ารัก ก็ต้องเข้าใจว่า พ่อเลิกกับแม่ เด็กย่อมสะเทือนใจที่ไม่มีแม่อยู่กับพ่อเหมือนคนอื่น แถมพ่อยังมีแม่คนใหม่ ก็เท่ากับพ่อไม่รักแม่ของเขา ไปรักหญิงอื่นจนลืมแม่ของเขา หรืออาจไม่รักพวกเขาเท่าเก่าก็ได้
    เด็กมีสิทธิคิด ไม่ว่าจะเล็กหรือโตแล้ว หรือวัยรุ่น ยิ่งวัยรุ่นยิ่งคิดมาก น้อยใจง่าย อารมณ์รุนแรง ถ้ารักก็รักถึงใจ เกลียดก็เกลียดเข้าไส้ นี่คือพัฒนาการของวัยรุ่น ถ้าเราเข้าใจก็พอจะอยู่กันได้ไม่ยาก เป็นการไม้นวมก่อนไม้แข็งให้ลูกเลี้ยงเข้าใจ (แม้จะไม่เข้าใจ) โดยต้องใจเย็น แม้จะอยากตีสักทีให้หายหมั่นไส้ เช่น ลูกเลี้ยงขอให้ทำอะไรหรือขออะไร เราอาจจะปฏิเสธ แต่ต้องบอกเหตุผลว่า ทำไมไม่ทำอย่างนั้น พร้อมกับยกตัวอย่างตอนเราขอให้ลูกเลี้ยงทำอะไร แล้วเขาไม่ทำ เราก็หวังว่า คราวต่อไปหากเขาขอให้ทำอะไรให้บ้าง หวังว่าเขาคงไม่ปฏิเสธ
    3. วางแผนล่วงหน้า การจะให้ลูกเลี้ยงปรับเปลี่ยนตัวเอง ใช่ว่าจะทำง่าย เราต้องใจเย็น ให้เด็กมีเวลา มีโอกกาส มีความคิดสักพัก อย่าผลีผลาม เพราะเด็กยังไม่คุ้นเคย อย่าลืมทุกอย่างไม่อาจเปลี่ยนแปลงแค่ข้ามคืน อยู่ๆ จะให้เปลี่ยนทันตาเห็น ยากที่จะเป็นไปได้ ยิ่งให้เปลี่ยนหลายๆ อย่าง ยิ่งเครียด เนื่องจากลูกเลี้ยงอาจไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่เคยทำแบบเดิมๆ ตลอดเวลา แต่พอมีแม่เลี้ยงกลับต้องทำตัวใหม่ เพื่อแม่เลี้ยงหรือ? ซึ่งเด็กมีสิทธิจะคิด แม่เลี้ยงจึงต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจแก่ลูกเลี้ยงว่า ไม่ใช่แกต้องปรับเปลี่ยน เราก็ขอปรับเปลี่ยนตัวเราเพื่อลูกเลี้ยง อะไรที่ลูกเลี้ยงอยากให้ทำหรือไม่อยากให้ทำ ก็บอกได้ ถ้าเราทำได้ เราจะทำเต็มที่ แต่ลูกเลี้ยงก็ต้องทำบ้าง เพื่อจะได้อยู่อย่างเข้าใจและมีใจต่อกัน จะได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขเหมือนครอบครัวเดียวกัน
    4. อย่าข่มขู่ หากเรามีปัญหากับลูกเลี้ยงที่ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน ก็ไม่ยอมรับเรา หรืออาจเห็นเราเป็นศัตรู เราต้องพยายามแก้ไข (แม้จะไม่เข้าใจเหมือนเดิม) ว่า ลูกเลี้ยงทำไมไม่ยอมฟังเราบ้าง นี่คืออาการปกติธรรมดาของลูกเลี้ยงที่เป็นวัยรุ่น หากเราลองคิดว่า เราเป็นลูกเลี้ยงวัยรุ่นบ้าง เราจะยอมรับแม่เลี้ยงง่ายๆ ไหม ยิ่งเห็นพ่อรักใคร่เมียใหม่ก็หมั่นไส้ แทบอยากฆ่าให้ตาย (ถ้าไม่กลัวติดคุก) แถมบางครั้งพ่อสนใจแม่เลี้ยงมากกว่าตัวเอง ยิ่งแค้นใจที่แม่เลี้ยงมาแย่งความรักของตัวเขากับพ่อ
    แม้ลูกเลี้ยงบางคนอาจยากจะรับมือ ก็ต้องพยายามที่จะเข้าใจถึงปัญหาและอารมณ์ของลูกเลี้ยงวัยรุ่น ที่ต่างกับลูกเลี้ยงเด็กๆ ที่จะไม่ค่อยมีปากมีเสียงหรือกล้าดื้อกับแม่เลี้ยง ก็กลัวจะถูกทำโทษ ไม่ว่าตี ด่าว่า ทอดทิ้ง ถูกทารุณ เป็นต้น อย่าลืม เราแต่งงานกับเขาที่มีลูก เราควรยอมรับลูกเขาเหมือนเป็นลูกของเรา อย่าได้บังอาจโกรรธจนพูดว่า “จะเลือกฉันหรือลูก” เผลอๆ เขาอาจเลือกลูก จนเราต้องอยู่เดี่ยวเปลี่ยนเอกานะ จะบอกให้
    5. ขอความช่วยเหลือ อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าพ่อแม่ ญาติ ผู้ใหญ่ เพื่อนสนิทมิตรสหาย โดยเฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัว หรือแพทย์ผู้ชำนาญ จิตแพย์ หรือสถาบันสุขภาพจิต อย่าคิดว่าการหาจิตแพย์ แปลว่า เราบ้า จิตแพทย์จะช่วยด้านการหาสาเหตุ ปัญหาที่ก่อให้เกิดอารมณ์โกรธ หลง คับแค้นใจ เพื่อเราจะได้อยู่กับลูกเลี้ยงอย่างเป็นสุข ไม่พอ พ่อของลูกเลี้ยงและลูกเลี้ยงก็สุขด้วย นี่เป็นการดีมิใช่หรือ
    ที่สำคัญ อย่าเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย กลั่นแกล้ง ทารุณลูกเลี้ยง
ภาพประกอบ : แม่แหม่มและน้องเฌอแตม
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น

busy