หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 4

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 4, คลอดธรรมชาติ...ธรรมชาติของการคลอด


ลูกรักการอ่าน
“สิ่งที่ตามมาจากการรักการอ่านของลูก น่าจะเป็นการที่เขามีสมาธิที่ดี”

          ฉันเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านต้องเคยได้ยินได้ฟังมาแน่ๆ ว่าการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านเป็นเรื่องสำคัญมาก ฉันเองก็เช่นกันค่ะ สมัยที่ลูกยังเล็กได้ยินการรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องการปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านมามากพอสมควร แต่พอได้ยินทฤษฎีมามากๆ ท่านผู้อ่านเคยสงสัยไหมคะ ว่าปฏิบัติจริงมันยากแค่ไหน แล้วจะให้ผลดีกับลูกจริงหรือ?
          อันนี้ในฐานะคุณแม่ด้วยกันที่บังเอิญมีประสบการณ์มาก่อนล่วงหน้าหลายปี (หรือเรียกง่ายๆ ว่าแก่น่ะค่ะ พยายามหลีกเลี่ยงคำนี้อยู่) ฉันก็เลยขออนุญาตเล่าถึงเรื่องนี้เสียหน่อย ตามสไตล์เดิมนะคะ เขียนง่ายๆ อ่านง่ายๆ ไว้ก่อน จะได้เข้าใจลึกซึ้งกันไปเลย
          ตัวฉันเองเป็นแม่ประเภทแก่ทฤษฎีค่ะ ในหนังสือเค้าบอกว่า ควรอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ลูกยังเล็ก ฉันก็ปฏิบัติตามนั้นเป๊ะๆ เลยเชียว
          ตั้งแต่ลูกยังอ่านหนังสือไม่ออก เราต้องหาหนังสือภาพสวยๆ มาชี้ชวนให้ลูกดู อ่านให้ลูกฟังค่ะ บางคนบอกว่าก่อนนอนก็จะดี แต่ฉันไม่ค่อยจำกัดเรื่องเวลาเท่าไหร่ เรียกว่าว่างตอนไหนก็อ่านให้ลูกฟังตอนนั้น
          สมัยยังสาวเพิ่งมีลูกใหม่ๆ นั้น ฉันไฟแรงในเรื่องพวกนี้มาก มีความสุขกับการจับลูกมานั่งฟังนิทานหรือเรื่องสนุกๆ ในหนังสือ แถมยังทำเสียงเล็กเสียงน้อยเรียกความสนใจไม่ให้ลูกเบื่อ ชี้ชวนให้ลูกวัยเด็กทั้งสองคนดูภาพประกอบอันน่าตื่นตาตื่นใจไปด้วย สมัยนี้มีหนังสือเด็กซึ่งภาพประกอบสวยงามอยู่มากมาย เราไปเดินๆ เลือกมาให้ลูกบ้างก็จะดีค่ะ หรือถ้าไม่สะดวกซื้อเอง จะไปหยิบยืมจากห้องสมุดก็ยังได้
          อันที่จริงฉันบ้าเห่อกว่านั้นอีก ตอนลูกเล็กมากๆ จำได้ว่าฉันกับสามีเคยซื้อหนังสือเด็กเล็กที่ทำจากพลาสติกแบบปลอดภัยมาให้ลูกดูรูปในนั้น แล้วถ้าลูกเกิดอาการหมั่นเขี้ยวเพราะฟันกำลังจะขึ้น เขาก็สามารถเอาเข้าปากไปกัดเล่นได้เลย เป็นที่สนุกสนาน ทำให้ลูกคุ้นเคยกับหนังสือตั้งแต่ยังเล็ก

          มาว่ากันต่อถึงการอ่านหนังสือให้ลูกฟังค่ะ ถ้าจะให้ดีควรจัดบรรยากาศให้เงียบสงบหน่อย สำหรับฉันก็อ่านในห้องนอนนั่นเอง ไม่มีเสียงรบกวนมากไป ปิดทีวีและสื่ออื่นๆ ให้หมด เดี๋ยวลูกไปสนใจอย่างอื่น ไม่สนใจที่เราจะอ่านให้ลูกฟัง

          ฉันอยากแนะนำให้หาหนังสือที่เข้าใจง่ายๆ เหมาะกับวัยของลูกด้วยค่ะ ถ้าภาษาง่ายๆ ลูกจะเข้าใจและซึมซับได้ดี ยกตัวอย่างนะคะ ฉันชอบหนังสือเล่มหนึ่งมากเป็นพิเศษ จำได้ว่าตอนอ่านให้ลูกฟัง ลูกๆ จะประสานเสียงช่วยอ่านกันดังลั่น ไม่อยากจะเชื่อว่าสิบกว่าปีผ่านไป หนังสือเล่มนั้นฉันยังเห็นมีวางขายตามร้านอยู่เลย แสดงว่าต้องเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ปกครองมาก หนังสือนั้นจะมีคำเด่นที่เด็กชอบมาก ทั้งที่ไม่รู้ความหมาย นั่นคือคำว่า “อีเล้งเค้งโค้ง”
          เชื่อมั้ยคะ ว่าถึงตอนนี้ฉันยังจำเสียงของเจ้าลูกชายและยายลูกสาวที่ประสานกันร้องดังลั่นห้องว่า “อีเล้งเค้งโค้ง” ได้เลย เรื่องจะประมาณว่ามีการผจญภัยแบบง่ายๆ ของเจ้าห่านที่เป็นตัวเอกของเรื่องและเสียงร้องของห่านตัวนั้นจะร้องว่า “อีเล้งเค้งโค้ง” อยู่หลายหน จนเด็กๆ ติดใจและต้องร้องตามเมื่อถึงจังหวะที่ในหนังสือมีคำนี้
          ผู้แต่งเขาเก่งจริงๆ ค่ะ ภาษาที่ใช้ก็ง่ายๆ ทำให้เด็กเข้าถึงได้สบาย และไม่ใช่มีแค่เล่มนี้เล่มเดียวค่ะ มีนักเขียน นักวาดภาพประกอบมากมายที่ทำหนังสือเด็กดีๆ ออกมา คุณพ่อคุณแม่ไปเลือกด้วยตัวเองคงได้เรื่องที่ถูกใจ ถ้าลูกโตพอก็ให้เขาช่วยเลือกก็ได้ค่ะ
          ฉันเชื่อมั่นว่าลูกๆ จะจำความสุขตอนที่เราอ่านหนังสือให้เขาฟังสมัยวัยเด็กได้ ยายลูกสาวจอมคุยเก่งของฉันที่ถึงตอนนี้เป็นวัยรุ่นแล้วก็ยังแอบพูดถึงความสุขตอนที่ฉันอ่านหนังสือให้ฟังอยู่เลย คุณเธอจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ปลาบปลื้มสุขใจมาก เพราะคงรับรู้ได้ว่าเราส่งผ่านความรักไปให้เขาด้วยตอนที่เราอ่านให้เขาฟัง เราสนุกไปด้วยกันด้วยวิธีง่ายๆ ในบ้านของเราเอง
          เมื่อถึงวัยที่ลูกอ่านหนังสือเองได้ ก็จะเป็นเรื่องอัตโนมัติที่เขาจะอยากอ่านหนังสือเอง อยากมีหนังสือสวยๆ สนุกๆ มานั่งอ่าน ถึงตอนนั้นก็ง่ายที่ลูกจะกลายเป็นเด็กรักการอ่าน และเป็นหนอนหนังสือในที่สุด
          พอลูกค่อยๆ โตขึ้น หนังสือที่ลูกสนใจจะเปลี่ยนไปตามวัย เราเป็นพ่อแม่ก็ช่วยสอดส่องเล็กน้อยว่าหนังสือนั้นสมวัยจริงหรือเปล่า ไม่รู้บ้านอื่นเป็นยังไง แต่ที่บ้านฉันนั้น ทั้งบ้านเต็มไปด้วยหนังสือที่ลูกชอบ อย่างช่วงที่ฮิตๆ แฮรี่ พอตเตอร์กันนั้นยิ่งอาการหนักเชียว มีทุกภาค แถมหลังๆ ยังลามไปซื้อแบบภาษาอังกฤษอีกด้วย เมื่อถึงเวลาที่หนังสือภาคใหม่ออกมา สองคนแทบจะแย่งกันอ่านเลย คนเขียนเก่งมากที่ร่ายมนตร์ให้เด็กๆ ติดได้ขนาดนี้ สุดยอดเลยนะคะ
          สิ่งที่ตามมาจากการรักการอ่านของลูก น่าจะเป็นการที่เขามีสมาธิที่ดี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่คงรู้แล้วว่าจะตามมาด้วยการเรียนหนังสืออย่างเข้าใจได้ง่าย อ่านหนังสือเรียนก็จับใจความได้ดีอีกด้วย เอาประสบการณ์จริงของฉันกับลูกๆ ไปช่วยประกอบก็ได้ค่ะ ขอสารภาพว่า ที่ฉันยอมเขียนตีแผ่เรื่องของตัวเองไปบ้าง ก็เนื่องจากอยากให้ท่านผู้อ่านได้รับประโยชน์ รับฟังจากประสบการณ์จริงกันเลย การเลี้ยงดูลูกนี่บางทีอ่านทฤษฎีอย่างเดียว เราก็เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งนะคะ แต่พอมีคนมาเล่าเรื่องจริงให้ฟัง ก็คงทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น
          ดังนั้น สำหรับเรื่องเกี่ยวกับการอ่านของลูกนั้น ฉันการันตีได้เลยว่า สำคัญกับชีวิตของเขามากทีเดียวค่ะ การส่งเสริมให้ลูกรักการอ่านเป็นเรื่องที่จำเป็นมากไม่แพ้ด้านอื่นๆ ในที่สุดแล้วเขาจะมีสมองที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วแทบไม่น่าเชื่อ
          ฉันไม่รู้จะเอาตัวอย่างอะไรของลูกๆ มาชี้ให้ท่านผู้อ่านเห็นได้ชัดๆ ดี ก็เอาเป็นว่าตอนนี้ลูกสาวของฉันเป็นเด็กที่รักการอ่าน และมีความสุขกับหนังสือกองโตมาก โดยที่ยังเป็นเด็กร่าเริงปกติเข้ากับเพื่อนได้ดี ส่วนเจ้าพี่ชายคนโตนั่นก็ไม่ต่างกัน เขารักการอ่านและนำมาใช้อย่างหนักในการอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถึงแม้ขณะเขียนนี้จะยังไม่รู้ผล แต่สิ่งที่ฉันแน่ใจคือลูกมีความรู้อยู่เต็มสมองน้อยๆ ของเขา และพร้อมเอาไปใช้ไม่ว่าเขาจะได้เรียนอะไรก็ตามในอนาคต
          แต่ที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุดน่าจะเป็นการทำข้อสอบ GAT ซึ่งเป็นข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยส่วนที่เกี่ยวกับการอ่านคิดวิเคราะห์เชื่อมโยงภาษาไทย ลูกฉันทำได้คะแนนเต็มค่ะ อันนี้เป็นเรื่องที่ฉันแอบภาคภูมิใจมาก บางทีใครจะคิดล่ะคะ ว่าเบื้องหลังอาจจะมาจากการที่เราปลูกฝังการรักการอ่านให้เขามาตั้งแต่เด็กก็ได้ เรื่องเล็กๆ ที่เราพยายามทำให้ลูกตอนที่เขายังเด็ก อาจจะส่งผลไปถึงอนาคตของเขาก็ได้ ใครจะรู้
          ทำให้ฉันย้อนนึกไปถึงวันเก่าๆ ที่นั่งอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ตอนนั้นบางวันเหน็ดเหนื่อยจากงานทำฟันมาทั้งวัน ทนเสียงรบเร้าของลูกไม่ไหว ก็ต้องมานั่งอ่านหนังสือนิทานให้เขาฟัง ทั้งที่คนเป็นแม่ตาจะหลับอยู่แล้ว แต่พอเห็นลูกตื่นเต้นดีใจที่ได้ฟัง เราอ่านก็กระตุ้นให้เราสู้ขึ้นมาอีก
          จะว่าไปคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเป็นยอดนักสู้ไปในตัวด้วยนะคะเนี่ย ยากแค่ไหนก็ต้องอดทนเข้มแข็งเข้าไว้ เพื่อลูก เราทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว สู้ๆ ไปด้วยกันนะคะ

วิริยา ออประยูร

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น

busy